Archive for the ‘Uncategorized’ Category

มองโลจิสติกส์ ผ่านกลยุทธ์ของซุนวู 5

14 Feb 11 , สุวัฒน์ จรรยาพูน
ซุน วู ชุดต่อมาเป็นชุดที่ 5 เรียกว่ากลยุทธ์ร่วมรบ ให้แนวทางว่า “เมื่อร่วมรบด้วยพันธมิตร พึงให้ได้อำนาจบัญชาการ ทั้งฝ่ายเราและศัตรู”

กลยุทธ์ ชุดนี้ เรียกได้ว่าเป็นการใช้พลังของเราร่วมกับคู่ค้า ในการดำเนินธุรกิจให้เกิดความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง และถ้าสังเกตุให้ดีจะพบว่ามีคำแนะนำที่ให้ธุรกิจวงเล็บไว้ในใจด้วยว่าเรา ต้องเป็นผู้นำในพันธมิตรนี้ ซึ่งสอดคล้องเป็นอย่างยิ่งกับแนวทางของการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เนื่องด้วยทุกส่วนในการดำเนินธุรกิจย่อมเกี่ยวเนื่องและส่งผลถึงกันและกัน ซึ่งการได้เปรียบสูงสุดจะตกอยู่ที่ผู้นำหรือผู้ควบคุมในโซ่อุปทาน ความสำเร็จของทั้งโซ่อุปทานจึงอยู่ที่การมีผู้นำที่ดีเพราะจะทำให้ผู้ติดตาม อยู่ได้และเต็มใจที่จะอยู่ การร่วมมือกันจึงเป็นกลยุทธ์ที่ทุกคนใฝ่ฝัน เฉกเช่นกับคำกล่าวที่ว่า “การเพาะมิตรย่อมดีกว่าสร้างศัตรู”

87_th_5_001.jpg

กลยุทธ์ที่ 25 ลักขื่อเปลี่ยนเสา เป็น กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการต่อกำลังที่ร่วมทำศึกด้วยหรือต่อศัตรู จักต้องหาหนทางเปลี่ยนแปลงการจัดเตรียมแนวรบของศัตรูอยู่เสมอ การถอดถอนเคลื่อนย้ายจุดยุทธศาสตร์และกองกำลังสำคัญของศัตรูไป รอให้ศัตรูเกิดความอ่อนแอเสียขวัญและกำลังใจ ประสบกับความพ่ายแพ้ จึงฉกฉวยโอกาสพลิกสถานการณ์ที่ศัตรูเกิดความย่ำแย่ให้เป็นประโยชน์แก่ตน นำกำลังบุกเข้าโจมตียึดครองและควบคุมกองทัพของศัตรูไว้ภายใต้การบังคับบัญชา เพื่อประโยชน์ต่อไปในภายหน้า

เห็น ชื่อกลยุทธ์อย่าเพิ่งเข้าใจว่าให้ไปขโมยอะไรจากใครนะครับ แต่เป็นการให้ติดตามข่าวสารของคู่แข่งและลูกค้าอย่างใกล้ชิด คอยประเมินสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ เมื่อประสบโอกาสจึงเข้าทำ เป็นการเตือนใจไม่ให้ผู้ประกอบการละเลยคู่แข่งและลูกค้าในทุกจังหวะเวลา หากต้องการดำรงอยู่ในสนามการค้าอย่างยั่งยืน สังเกตุได้จากการวางแผนธุรกิจทุกครั้งต้องเริ่มจากการศึกษาพฤติกรรมผู้ บริโภคก่อน เพื่อจะได้เข้าใจลูกค้า ทำให้หาแนวทางการพัฒนาสินค้าและบริการให้ถูกใจลูกค้าเหนือกว่าคู่แข่งได้

สินค้า จำพวกซุปไก่สกัด เดิมอยู่ในตลาดประเภท คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ ด้วยผู้บริโภคเห็นว่าเป็นของมีประโยชน์ มีราคาสูง (แต่ไม่อร่อย) เหมาะกับการเยี่ยมไข้ หรือให้ของขวัญในเทศกาลต่างๆ ซึ่งมีภาพลักษณ์ดีกว่านมกระป๋อง ด้วยความที่ต้องการเปลี่ยนแนวรบ จึงศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง พบว่า ผู้บริโภคเชื่อว่าซุปไก่เหมาะกับเวลาที่อ่อนเพลีย หรือบำรุงสมอง กลยุทธ์การขยายตลาดจึงเปลี่ยนกลุ่มมุ่งไปในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ที่ต้องหักโหมในช่วงใกล้สอบ ที่สำคัญอายุยังน้อย สามารถเป็นลูกค้ากันได้อีกนาน การใช้กลยุทธ์นี้ไม่น่าเชื่อว่าจะลามไปถึงคนขับรถแท็กซี่ที่กินซุปไก่กับ กาแฟกระป๋อง ช่วยให้ทำงานกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

กลยุทธ์ที่ 26 ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหว เป็น กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงเมื่อฝ่ายที่มีความเข้มแข็งมากกว่า หรือแคว้นที่มีกองกำลังทหารภายใต้สังกัดมากมาย ข่มเหงรังแกแคว้นเล็กหรือผู้ที่มีกำลังทหารน้อยกว่า ควรที่จะใช้วิธีการตักเตือนให้เกิดความเกรงกลัวและยำเกรง แม้นหากแสดงความเข้มแข็งให้ได้ประจักษ์ ก็จักได้รับความสนับสนุนจากผู้ที่อ่อนแอกว่า ถ้าหาญกล้าใช้ความรุนแรง ก็จักได้รับความยอมรับนับถือจากผู้ที่อ่อนแอกว่า คัมภีร์อี้จิงกล่าวว่า “แกร่งจึงต้อนรับ เสี่ยงจึงยอมสยบ นี่ถือหนทางปกครองแผ่นดินราษฏรจึงขึ้นต่อ”

ซุน วูบอกให้เราไม่บ่มเพาะศัตรู พึงสร้างบารมีให้ยอมสยบแทน เพราะการมีศัตรูย่อมทำให้เกิดต้นทุน และต้องใช้ความระมัดระวังสูง ผมชอบแนวคิดของอุตสาหกรรมสัญชาติญี่ปุ่นที่องค์กรขนาดใหญ่และมีความรู้ มักจะให้การช่วยเหลือคู่ค้าโดยเฉพาะซัพพลายเออร์ของตน ในทุกๆ ด้านให้มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันตลอดทั้งระบบ อย่างเช่นกรณีของการร่วมมือกันด้านเทคนิคการผลิต ผู้นำของโซ่อุปทานอย่างโตโยต้า จะมีทีมวิศวกรเข้าไปช่วยเหลือซัพพลายเออร์ แก้ไขปัญหาการผลิตร่วมกัน สอนเทคนิคการทำงาน และสอนกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโซ่อุปทาน บริษัทญี่ปุ่นเหล่านี้มีแนวคิดที่ว่า หากซัพพลายเออร์นำส่งวัสดุที่ไม่มีคุณภาพ สินค้าของเขาก็ไม่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน เราไม่มีทางที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไปได้ จึงต้องมุ่งหาวิธีการ “ทำดีตั้งแต่ต้น” และผู้นำในโซ่อุปทานก็เป็นผู้ที่จะทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด

ซึ่ง แนวคิดนี้ก็เป็นแนวคิดธรรมดาทั่วไปที่เราทราบกันดี (แต่ทำยาก) กล่าวคือ พ่อไม่สามารถบอกว่าเป็นคนดีได้ หากลูกไปกระทำสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ค้ายาบ้า หรือฆ่าคนตาย เจ้าของบริษัทไม่สามารถบอกกับสังคมได้ว่าเป็นบริษัทสีเขียว หากลูกน้องยังคงแอบทิ้งน้ำเสียสู่สาธารณะ ผู้บริหารประเทศไม่สามารถบอกได้ว่าเขาสะอาดบริสุทธิ์ หากทีมงานยังคงคอร์รัปชั่น

กลยุทธ์ที่ 27 แสร้งทำบอแต่ไม่บ้า เป็น กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการแสร้งยอมทำเป็นโง่ มิเคลื่อนไหวอย่าอวดทำเป็นสู่รู้ทำบุ่มบ่าม การอวดรู้ย่อมกลายเป็นผลเสียแก่ตนเองได้ในภายหน้า คัมภีร์อี้จิงกล่าวว่า “ดุจดั่งอสนีบาตหยุดฟาดฟัน” โดยคำว่า “หยุด” หมายความถึง “อสนีบาตฤดูหนาวแฝงกายอยู่ใต้พื้นพสุธา จักแผดร้องก้องนภาคราฤดูใบไม้ผลิ” ซึ่งมีความหมายว่า ผู้ที่มีสติปัญญามิพึงแสดงตัว แต่พึงเตรียมการทั้งปวงอย่างลับ ๆ มิให้ผู้ใดล่วงรู้ ประหนึ่งคมดาบที่แอบซ่อนอยู่ภายในฝัก มิปรากฏให้ผู้ใดได้เห็น ครั้นเมื่อถึงเวลาอันสมควรก็จักคำรนคำรามเสมือนสายฟ้า ที่จะกระหน่ำพสุธาให้แตกสลายไป

เมื่อ ธุรกิจจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ มักจะซ่อนงำความลับไม่ให้แพร่งพราย เพื่อเตรียมการ และสั่งสมความแน่นอน จวบจนเมื่อพร้อมจึงป่าวประกาศ จะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ผมจำได้สมัยเรียนมัธยมมีการจัดแข่งขันกีฬาระหว่างสถาบัน มีการแปรอักษรเป็นประจำทุกปี ปัญหาก็คือหลังพระอาทิตย์ตก การแปรอักษรก็เงียบเหงา หมดความสวยงาม ไม่มีลูกเล่นสนุกๆ แม้ว่าจะมีการส่องสปอตไลต์ก็ตาม ทำกิจกรรมได้เพียงอย่างเดียวก็คือ ส่งเสียงร้องเพลงเชียร์ไปเรื่อยๆ แต่ที่โรงเรียนคิดการแปรอักษรด้วยไฟฉายขึ้น (เก็บเงียบกันเป็นแรมเดือนเพื่อรอวันแข่งโดยเฉพาะ) ทำให้การแปรอักษรยามค่ำคืนมีสีสันและสนุกสนานมากขึ้น และกลายเป็นไฮไลท์ของงานไปเลยทีเดียว สถาบันคู่แข่งได้แต่มองตาปริบๆ ต้องรอปีต่อไปในการต่อสู้ทางความคิด ปีที่แข่งกันอยู่ก็หมดโอกาสไปแล้ว

แนวคิด ของกลยุทธ์นี้นักธุรกิจล้วนทราบดี และนำมาประยุกต์ใช้อยู่เสมอ ด้วยว่าสินค้าที่ประสบความสำเร็จมักเก็บความลับสำคัญไว้ได้ แต่ตัวอย่างที่ผมมักเคยได้ยินมักกลายเป็นกลยุทธ์ของการค้นหาความลับทาง ธุรกิจของคู่แข่งแทน เช่นว่า การค้นหาความลับจากพนักงานของคู่แข่ง เรามักจะได้ยินพนักงานของบริษัทคุยกันเรื่องงาน หรือแสดงความภาคภูมิใจของงานในอนาคตกับเพื่อนร่วมมงาน ญาติพี่น้อง และอื่นๆ เสมอ ถือได้ว่าเป็นการแพร่งพรายความลับโดยไม่รู้ตัว สถานที่ที่ได้ยินบ่อยก็คือ ร้านอาหารใกล้ ๆ บริษัท นอกจากนี้ความลับทางธุรกิจยังอาจพบได้จากซัพพลายเออร์ โดยที่เขาไม่ตั้งใจ เช่นจากการเยี่ยมชมโรงงานของซัพพลายเออร์ แล้วไปเห็นบรรจุภัณฑ์ที่คู่แข่งสั่งทำ ยิ่งปัจจุบันยังสามารถค้นหาได้ง่ายจากโลกสังคมออนไลน์ ธุรกิจจึงต้องระมัดระวังและซ่อนงำหัวใจหลักทางธุรกิจไว้ให้ได้ (แบบเดียวกับโฆษณากาแฟยี่ห้อหนึ่ง)

กลยุทธ์ที่ 28 ขึ้นบ้านชักบันได เป็น กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการจงใจปกปิดซ่อนเร้นจุดอ่อนเพื่อมิให้ศัตรูมองเห็น สร้างเงื่อนไขและหลอกล่อให้ศัตรูเป็นฝ่ายบุกเข้าโจมตี แล้วตัดขาดส่วนหน้าที่คอยวางกำลังสมทบและส่วนหลังที่วางกองกำลังไว้เป็นกอง หนุน ตีโอบศัตรูให้หลบหนีเข้าไปภายในกองทัพ เสมือนถุงที่อ้าปากไว้รับหรือวงล้อมหลุมพรางที่วางดักไว้ คัมภีร์อี้จิงกล่าวไว้ว่า “เจอพิษ มิควรที่” การขบเปรียบประดุจการบดเคี้ยวกระดูกหรือเนื้อที่มีความเหนียว รังแต่จะทำให้ฟันเกิดการชำรุดเสียหาย หรือเสมือนดั่งมักได้ในสิ่งที่มิควรได้ฉันใด ย่อมจักนำมาซึ่งความวิบัติฉันนั้น

ธุรกิจ ค้าปลีกระดับโลกเป็นตัวอย่างที่ดีของกลยุทธ์นี้ การจัดวางพื้นที่ในร้าน การจัดทำบัตรสมาชิก การวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของลูกค้า ล้วนเป็นการวางแผนให้เกิดการซื้อให้มากที่สุด ของขายดีอย่างน้ำดื่มในร้านสะดวกซื้อ ก็วางไว้ด้านในสุดของร้าน เพื่อให้ลูกค้าเดินผ่านสินค้าอื่นให้มากที่สุด ช่วยสร้างโอกาสในการขาย การวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อของลูกค้า เช่นลูกค้ามักซื้อสินค้า ก. กับ สินค้า ข. เสมอ ร้านค้าก็จัดวางสินค้าทั้งสองไว้ใกล้กัน เพื่อความสะดวกของลูกค้า และกระตุ้นเตือนความจำในการซื้อสินค้า การเปิดบูธแนะนำสินค้าให้ลองชิม ก็เป็นการล่อให้ตกหลุมพราง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชิมแล้วถูกใจ

กลยุทธ์ที่ 29 ต้นไม้ผลิดอก เป็น กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงการใช้แนวรบของพันธมิตร มาสร้างแนวรบป้องกันที่จะกลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ตนเอง แม้กองกำลังทหารจะเล็กน้อยก็สามารถทำให้แลดูเสมือนกองกำลังทหารที่ใหญ่โตได้ ดุจเดียวกับนกอินทรีที่ผกผินบินอยู่ในอากาศ เมื่อกางปีกทั้งสองข้างออกก็ช่วยทำให้นกอินทรีแลดูมีท่วงท่าที่สง่าและน่าเก รงขราม เฉกเช่นเดียวกับต้นไม้ที่ไร้ซึ่งดอกแลผล เมื่อนำดอกไม้มาเสียบติดไว้ทำให้ดูสวยงามขึ้น ผู้ที่ไม่ทันสังเกตก็จะไม่รู้ว่าดอกไม้ไม่ใช่ของจริง เป็นเพียงการสร้างสิ่งบังหน้าเพื่อสบโอกาสในการเคลื่อนไหว

กลยุทธ์ นี้ผมคิดถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นอันดับแรก ด้วยว่าเป็นการช่วยนำเสนอสินค้าให้ลูกค้าสนใจซื้อมากขึ้น แต่เมื่อต้องการให้เข้าเรื่องกับโซ่อุปทานก็นึกถึงสาหร่ายเถ้าแก่น้อยขึ้นมา ทันใด จำได้ว่าเคยดูรายการโทรทัศน์ฟังเรื่องเล่าของนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่แล้ว ประทับใจ และพันธมิตรที่ช่วยเหลือกันของเถ้าแก่น้อยก็คือ ร้าน 7-11 ครับ ที่ช่วยวิเคราะห์ วิจารณ์ในเรื่องเกี่ยวกับตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์ และอื่นๆ จนกลายเป็นสาหร่ายที่ถูกใจลูกค้าจนถึงทุกวันนี้

นอกจาก นี้ผมยังนึกถึง รถสูตร 1 (F1) ที่เราได้ชมกันบนถนนราชดำเนิน แต่ไม่ได้จะกล่าวถึงรถนะครับ คิดถึงกระทิงแดงแทน ที่มีคู่ค้าทำ Red Bull ให้โด่งดังทั่วโลก ที่สำคัญเป็นเครื่องดื่มมีระดับในสายต่างชาติ ขึ้นโต๊ะเลี้ยงแขกบ้านแขกเมืองได้ และผู้ใหญ่กินได้ เด็กกินดี ผมเห็นผู้ปกครองซื้อให้เด็กเล็กดื่มที่เวียดนาม ให้อารมณ์เหมือนน้ำอัดลม เสียดายที่แหล่งกำเนิดกระทิงแดงในบ้านเรายัง เจาะกลุ่มตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเท่านั้น

กลยุทธ์ที่ 30 สลับแขกเป็นเจ้าบ้าน เป็น กลยุทธ์ที่มีความหมายถึงเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเปิดช่องสบโอกาสให้สอดแทรก ควรสอดแทรกเพื่อกุมจุดสำคัญหรือหัวใจของอีกฝ่ายไว้ คัมภีร์อี้จิงกล่าวว่า “ค่อยผันสู่ชัยชนะ” โดยคำว่า “รุก” หมายความถึง “สรรพสิ่งใดในใต้หล้า เคลื่อนอย่าใจร้อนจักเสีย สงบแต่คล้อยตามจักได้ ค่อยๆ ผันไปช้าๆ จักเป็นคุณ เคลื่อนดังนี้จึงจะมีผล” โดย “ค่อยผันสู่ชัยชนะ” หมายความถึงการตอกลิ่มเข้าไปในฝ่ายตรงข้ามเพื่อยึดครองอำนาจการบังคับบัญชา นั้น จักต้องค่อยเป็นค่อยไปจึงจะบรรลุซึ่งชัยชนะ การใช้อารมณ์วู่ว่ามบุ่มบามทำการใหญ่ไม่เป็นผลดีในการทำศึกสงคราม นอกจากจะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ศัตรูแล้ว ยังเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้ในการศึกอีกด้วย

เคย ได้ยินการเข้าสู่ตลาดน้ำชาของ โออิชิ ว่ามาจากลูกค้ากินในร้านแล้วขอซื้อกลับ เมื่อลูกค้าซื้อกลับบ่อยเข้า จึงบรรจุขวดเตรียมไว้ขาย และขายดีมาก ลูกค้าเริ่มบ่นว่าหาซื้อยาก ต้องมาที่ร้านเท่านั้น ก็เปิดโรงงานผลิตแล้วขายเป็นล่ำเป็นสัน กลายเป็นครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดจนถึงทุกวันนี้

ผม อ่านเจออีกเรื่องน่าสนใจครับ เบียร์สิงห์เข้าทวงแชมป์จากช้าง ด้วยความที่เจ้าของยอมรับว่าแพ้ แต่ไม่ถอย หาจุดอ่อนของตนและเข้าปิดทีละนิดๆ ทำการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าพบว่าตราสินค้าอย่างสิงห์ยังประทับอยู่ในใจเสมอ แต่ไม่ซื้อ (ตัวผมเองก็ชอบสิงห์ แต่ถ้าซื้อเบียร์กินกลับไม่เลือกเป็นอันดับแรก รอจนหมดทางเลือกแล้วจึงซื้อ) น่าตกใจนะครับ สิงห์จึงมีการวิเคราะห์และเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง เดิมสิงห์ละเลยการพบปะกับคู่ค้า พนักงานขายของสิห์ไปพบปะยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เจอคำถามว่าสิงห์มีพนักกงานแบบนี้ด้วยหรือ เมื่อก่อนไม่เคยมี และเหยียดคู่แข่งมองว่าศูนย์กระจายสินค้าของช้างเป็นเพียงแค่เพิงเก่าๆ ไม่ได้ศึกษาเลยว่าในเพิงเก่าๆ นั้นเก็บของเท่าใด หมุนเวียนเร็วแค่ไหน เมื่อพบจุดอ่อนของตนเอง มีการเตรียมการที่ดี ทำให้เข้าเขย่าแชมป์อย่างช้างได้สนุก

การ ร่วมรบและสร้างพันธมิตรเป็นแนวทางที่สำคัญในการประสบความสำเร็จในธุรกิจ ตัวอย่างที่ธุรกิจมีการละเลยคู่ค้าส่งผลให้เกิดความล้มเหลวก็มีอยู่มากมาย ให้ศึกษา เราทราบกันดีว่าธุรกิจที่ทำอยู่ ไม่ได้มาจากเราเป็นหลัก ประมาณ 90-95% มาจากคู่ค้าของเรา การร่วมมืออย่างจริงใจจึงเป็นการสร้างความประทับใจโดยรวมให้กับลูกค้าได้ ส่งผลให้มีความยั่งยืนตลอดทั้งโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมครับ

สุวัฒน์ จรรยาพูน

อาจารย์สาขาวิชาการจัดการลอจิสติกส์และโซ่อุปทาน

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

………………………………………………………………..

หลัก 36 กลยุทธ์ คือหลักการของการวางแผนและยุทธวิธีที่สามารถนำมาปรับใช้ได้กับชีวิตประจำวันของผู้คน
สิ่งที่นำมานี้เป็นบทสรุปที่กระชับจาก www.thaisamkok.com ครับ

ความเป็นมาของหลัก 36 กลยุทธ์
ซุน วูได้กล่าวไว้ในส่วนหนึ่งของตำราพิชัยสงครามว่า “ยุทธวิธีใช้ทหารชั้นเลิศคือกลอุบาย รองลงมาคือหักด้วยวิธีการทูต รองลงมาอีกชั้นหนึ่งคือหักด้วยกำลังทหาร เลวที่สุดคือล้อมตีค่ายคูหอรบของข้าศึก” จากประโยคนี้จะเห็นได้ว่า การใช้กลยุทธ์เล่ห์เหลี่ยมเป็นส่วนหนึ่งของการทหารซึ่งซ่อนเร้นอยู่ภายใน สมองของแต่ละคนและเมื่อนำออกมาใช้ก็จะสามารถหักล้างข้าศึกลงได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใดเช่น นักการเมือง ทหารหรือแม้แต่พ่อค้าล้วนแล้วแต่ต้องใช้ประโยชน์จากแผนการและกลอุบายทั้ง สิ้น ดังนั้นคำว่าแผนการจึงย่อมไม่มีความหมายของคำว่ายุติธรรมหรือศีลธรรมแฝงอยู่ ผู้ใดเสียแผนไปผู้นั้นก็ต้องพ่ายแพ้และเสียผลประโยชน์แล้วความเสียหายและ ความทุกข์ก็จะเกิดกับผู้นั้นทันที

เมื่อราว 300 ปีที่แล้ว ในยุคปลายราชวงศ์หมิงต่อต้านราชวงศ์ชิง มีบัณฑิตนิรนามคนหนึ่งรวบรวม 36 กลยุทธ์เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ในชื่อว่า เคล็ดลับของสงคราม 36 กลยุทธ์ และในตอนแรกเพียงแต่ทำสำเนาแจกจ่ายกันอ่านในวงแคบๆ เท่านั้น ต่อมาในปี ค.ศ.1941 สำนักพิมพ์ซิงฮว่าในเมืองเฉิงตู มลฑลเสฉวน ได้จัดพิมพ์ออกมา ตั้งแต่นั้นก็มี 36 กลยุทธืฉบับภาษาจีนปรากฏอยู่หลายสำนวนด้วยกัน

36 กลยุทธ์มีความโดดเด่นมากในหมู่คัมภีร์ทางทหารด้วยเนื้อหาที่เน้นว่าศิลปะ ทางการทหารคือการหลอกลวง ในขณะที่คัมภีร์ทางทหารส่วนใหญ่เน้นยุทธวิธีการรบทั่วไปในสนามรบ แต่ 36 กลยุทธ์นั้นแตกต่างออกไป โดยจะเพ่งไปที่การหลอกลวง การเล่นเล่ห์เพทุบาย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางทหาร นอกจากนี้คัมภีร์ 36 กลยุทธ์ยังมีการอ้ายถึงคัมภีร์ อี่จิง (เป็นคัมภีร์แห่งการเปลี่ยนแปลงและหลักของความเปลี่ยนแปลงซึ่งเชื่อกันว่า หากสามารถเข้าใจอี่จิงได้ทั้งหมดจะสามารถทำนายอนาคตล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ) ไว้ในแต่ละกลยุทธ์เล็กน้อย คัมภีร์นี้แบ่งออกเป็น 6 ภาค และแต่ละบทก็มี 6 กลยุทธ์ซึ่งข้าพเจ้าจะขอสรุปแบบคร่าวๆ ดังนี้

ภาคที่ 1  กลยุทธ์ชนะศึก   กลยุทธ์ชนะศึกนี้จะเป็นแนวทางในการหลอกล่อเพื่อนำชัยชนะมาโดยง่าย หลักของภาคนี้คือ การหลอกล่อเพื่อเข้าตีจุดอ่อนของข้าศึก ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ใช้อย่างกว้างขวางและแพร่หลาย การใช้กลยุทธ์ในภาคนี้จะนำชัยชนะมาได้ง่ายหากข้าศึกไม่มีผู้ที่อ่านทางของ เราออก นี่เป็นการสรุปจาก “www.thaisamkok.com หัวข้อ 36 กลยุทธ์” ซึ่งเป็นการสรุปที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย ดังจำแนกได้ต่อไปนี้

กลยุทธ์ ที่ 1 ปิดฟ้าข้ามทะเล สรุปได้ว่า สำหรับเรื่องที่มนุษย์เราเคยชิน เรามักจะปล่อยปละละเลยต่อการระมัดระวัง มิได้ป้องกันให้เข้มงวดกวดขัน

กลยุทธ์ ที่ 2 ล้อมเว่ยช่วยเจ้า สรุปได้ว่า อย่าใช้การปะทะกับข้าศึกซึ่งหน้า ควรใช้ยุทธวิธีวกวนที่มีประโยชน์ต่อฝ่ายตนเอง แบ่งแยกกำลังของข้าศึกให้กระจายเป็นหลายส่วนแล้วจึงพิชิตเสีย

กลยุทธ์ ที่ 3 ยืมดาบฆ่าคน สรุปได้ว่า เมื่อข้าศึกมีท่าทีแจ่มชัด แต่กำลังของฝ่ายเรายังมิกล้าแข็ง ควรจะหาทางอาศัยกำลังของพันธมิตรไปโจมตีข้าศึก หลีกเลี่ยงการสูญเสียของฝ่ายเราด้วยวิธีทั้งปวง

กลยุทธ์ที่ 4 รอซ้ำยามเปลี้ย สรุปได้ว่า หากทั้งสองฝ่ายมีกำลังกล้าแข็งเทียมกันยากที่จะเอาชนะ ไม่ควรจะเข้าปะทะด้วยกำลังทั้งหมด แต่ควรตั้งรับให้เหมือนหนึ่งอ่อนแอ รอเวลาที่ข้าศึกอ่อนเปลี้ยจึงค่อยบุกตี

กลยุทธ์ที่ 5 ตีชิงตายไฟ สรุปได้ว่า เมื่อข้าศึกประสบกับความยากลำบากทั้งภายในและภายนอก ต้องรุกอย่างไม่ปราณี ฉวยโอกาสอันดีนี้กระหน่ำซ้ำเติมอย่าให้ตั้งตัวติดและพิชิตเอาชัยมา
กลยุทธ์ที่ 6 ส่งเสียบูรพาฝ่าตีประจิม สรุปได้ว่า ที่ว่าส่งเสียบูรพาฝ่าตี
ประจิม คือ โดยภายนอกทำให้ดูเหมือนว่าเตรียมบุกทางนี้อย่างจริงจัง แต่ที่แท้กลับบุกอีกด้านหนึ่ง ทำให้ข้าศึกหลงผิด แล้วพิชิตเอาชัยบนความหลงผิดนั้น

ภาคที่ 2 กลยุทธ์เผด็จศึก   กลยุทธ์เผด็จศึกเป็นกลยุทธ์การหลอกล่อข้าศึก เพื่อเข้าหักโดยที่ช้าศึกไม่ทันเตรียมตัว หรือก็คือรอโอกาสเหมาะแล้วเข้าตีเพื่อนำชัยมาสู่ทัพทันทีซึ่งจะต่างกับภาค ที่ 1 ที่กล่าวถึงขณะทำศึก แต่สำหรับภาคนี้จะกล่าวถึงก่อนสิ้นศึก โดยกลยุทธ์ในภาคนี้มักจะใช้เมื่อเห็นหรือคาดการณ์ทางชนะอย่างเด็ดขาดได้ ข้อมูลในภาคนี้มาจาก “www.thaisamkok.com หัวข้อ 36 กลยุทธ์” ดังจำแนกได้ต่อไปนี้

กลยุทธ์ที่ 7 มีในไม่มี สรุปได้ว่า เมื่อต้องการสั่นคลอนจิตใจของข้าศึกมิควรวู่วาม ควรใช้ยุทธวิธีจริงเท็จเท็จจริงกลับลวงกันไป ทำให้ข้าศึกเกิดความสับสนวุ่นวาย พึงจับจุดอ่อนของข้าศึก ยืนหยัดจนถึงวาระสำคัญที่สุด ครั้นแล้วก็รุกโจมตีอย่างถึงแก่ชีวิต

กลยุทธ์ ที่ 8 ลอบตีเฉินซัง สรุปได้ว่า เมื่อคู่ศึกทั้ง 2 ฝ่ายตั้งประจันหน้ากัน จงใจสร้างเป้าหมายให้ฝ่ายตรงข้ามเพ่งเล็ง รอจนเมื่อฝ่ายตรงข้ามวางกำลังใหญ่ป้องกันไว้ ณ ที่นั้นแล้วจึงรุกรบโจมตีเอาเป้าหมายอื่น ซึ่งก็คือการใช้จุดอ่อนแห่งภาวะจิตมนุษย์ โจมตีจุดที่ฝ่ายตรงข้ามมิได้คาดคิดมาก่อนแล้วมิได้ระวังตัว จึงได้มาซึ่งชัยชนะในการรุกรบ

กลยุทธ์ที่ 9 ดูไฟชายฝั่ง สรุปได้ว่า เมื่อข้าศึกเกิดความปั่นป่วนภายในให้รอดูการเปลี่ยนแปลงอย่างสงบ ให้ข้าศึกเกิดความปั่นป่วน ก้าวไปสู่ความพินาศเอง ที่ว่า “ไฟ” ในกลยุทธ์นี้หมายถึง การบาดหมางภายในฝ่ายข้าศึก เช่นเกิดมีคนทรยศหรือไส้ศึก หรือความปั่นป่วนในช่วงเวลานี้เอง การคอยสังเกตอยู่ด้วยความสงบ แล้วค่อยตักตวงเอาในภายหลังจึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุด

กลยุทธ์ที่ 10 ซ่อนดาบบนรอยยิ้ม สรุปได้ว่า พยายามทำให้ฝ่ายข้าศึกเข้าใจว่าฝ่ายเรามิได้มีการตระเตรียมแต่อย่างใด จึงสูญเสียความระมัดระวัง แต่ฝ่ายเรากลับวางแผนอย่างลับๆ เมื่อตระเตรียมพร้อมแล้วก็ให้รวบหัวรวบหางเอาชัยในทันที แต่ไม่ควรจะให้ข้าศึกรู้ตัวก่อนเป็นอันขาด อันอาจจะก่อให้เกิดอุปสรรคที่ไม่จำเป็นขึ้น ที่ว่า “ซ่อนดาบในยิ้ม” ก็คือ “ปากหวานใจคด” ใบหน้านั้นยิ้มแย้มแจ่มใสแต่จิตใจนั้นแฝงด้วยความเหี้ยมเกรียมที่จะเอาชีวิต กัน

กลยุทธ์ที่ 11 หลี่ตายแทนถาว สรุปได้ว่า ในขณะที่ 2 ฝ่ายประจันหน้ากันอยู่ ไม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องประสบกับความสูญเสีย จะไม่บาดเจ็บล้มตายเลยหาได้ไม่ ในขณะที่กำลังของทั้งสองฝ่ายทัดเทียมกัน ใครจะอยู่ใครจะไปยังมิอาจรู้ได้ ก็ควรยอมเสียค่าตอบแทนไปบ้างแต่น้อย เพื่อแลกผลประโยชน์ใหญ่ที่สุดจึงถูก

กลยุทธ์ที่ 12 จูงแพะติดมือ สรุปได้ว่า โอกาสแม้จะน้อยแสนน้อยก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ ชัยชนะแม้จะเล็กแสนเล็กก็ควรช่วงชิงมาให้ได้ “จูงแพะติดมือ” ก็คือ การใช้กลอุบายที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้รู้ตัวฉะนั้นจึงย่อมจะตกหลุมพรางถูก บั่นทอนหรือได้รับความสูญเสียอย่างยับเยินโดยมิได้คาดคิด

ภาคที่ 3 กลยุทธ์เข้าตี   หลักของกลยุทธ์ในภาคนี้คือ การหลอกล่อเพื่อให้ข้าศึกเผยตัวและเข้าสู้ศึกกับเราโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง ภาคนี้ไม่ได้หวังผมที่ชัยชนะจากการสู้ศึกครั้งแรก แต่หวังที่จะศึกษาข้าศึกให้ถ่องแท้ก่อนที่จะเข้าหักกันอีกครั้งเพื่อนำ ชัยชนะอย่างเด็ดขาด เป็นการสรุปจาก “www.thaisamkok.com หัวข้อ 36 กลยุทธ์” เช่นเดียวกัน ดังจำแนกได้ต่อไปนี้

กลยุทธ์ที่ 13 ตีหญ้าให้งูตื่น สรุปได้ว่า เมื่อสภาพของข้าศึกยังไม่แจ้งชัดแก่เรา เราไม่ควรจะปฏิบัติการอย่างลวกๆ จะต้องหาทางสืบสภาพของข้าศึกให้ถ่องแท้ ครั้งเมื่อทราบเจตนาของฝ่ายตรงข้ามแล้วจึงออกโจมตี เยี่ยงเดียวกับงูที่ซ่อนอยู่ในพงหญ้า ควรจะใช้ไม้ตีพงหญ้าไปรอบๆ เพื่อให้งูปรากฏให้เห็น แล้วจึงจับเอาในภายหลัง ไม่จำเป็นต้องเข้าไปจับให้ถึงรังงูให้เปลืองแรง

กลยุทธ์ที่ 14 ยืมซากคืนชีพ สรุปได้ว่า ยืมซากคืนชีพหมายถึง ใช้สิ่งที่ใช้ไม่ได้แล้วในทางเป็นจริง หรือฉวยโอกาสทุกอย่างเท่าที่สามรถหยิบฉวยได้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายบางประการของตน ให้รอดพ้นจากความหายนะ เพื่อที่จะได้ยืนผงาดขึ้นมาใหม่ในวันข้างหน้า หรือไม่วันใดก็วันหนึ่ง

กลยุทธ์ ที่ 15 ล่อเสือออกจากถ้ำ สรุปได้ว่า เมื่อใคร่ทำลายหรือจับตัวข้าศึกต้องรอโอกาสที่เหมาะสม ประกอบด้วยเงื่อนไขธรรมชาติบวกด้วยมาตรการที่คนเราสร้างขึ้น ถ้าแม้นบุ่มบ่ามเข้าไปในอาณาเขตของข้าศึกอย่างผลีผลาม ก็มิอาจเห็นตัวข้าศึก ซ้ำยังอาจจะถูกลอบตีในที่ลับอีกด้วย ได้ไม่เท่าเสีย ดังนั้นการใช้อุบายให้ข้าศึกออกมาจากเขตของตนแล้วบดขยี้เสียจึงควร

กลยุทธ์ ที่ 16 แสร้งปล่อยเพื่อจับ สรุปได้ว่า จุดประสงค์อยู่ที่การ “จับ” “ปล่อย” เป็นวิธีการ “จับ” คือจับทาง “ใจ” ให้ยินยอมอ่อนน้อมทั้งกายและใจ ผู้ถูกจับ “ใจ “ก็จะกลายเป็นข้าทาสบริวารของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนกว่าจะเกิด ความสำนึกใน “ศักดิ์ศรี” ของตนเอง กลยุทธ์นี้จึงเป็นกลยุทธ์อันชาญฉลาดในการบั่นทอนจิตใจสู้รบและขวัญของข้าศึก ด้วยวิธีการทั้งแจ้งและลับอย่างหนึ่ง อันได้ผลเกินความคาดหมาย

กลยุทธ์ ที่ 17 โยนกระเบื้องล่อหยก สรุปได้ว่า วิธีหลอกลวงข้าศึกมีมากมาย วิธีแยบคายที่สุดมิมีใดเกิน “ความละม้าย” หรือ “ความเหมือน” ที่เรียกว่า “กระเบื้อง” หมายถึงสิ่งที่ไม่มีค่างวด ส่วน “หยก” นั้นเป็นจินดาสูงค่าอันเป็นที่พึงปรารถนาของคนทั้งหลาย ที่ว่า “ใช้กระเบื้องล่อหยก” นี้คือ ใช้สิ่งของที่มีค่าน้อยไปล่อสิ่งของที่มีค่าสูง กระเบื้องกับหยกนั้นมองผ่านๆ ก็มีส่วนที่คล้ายคลึงกันอยู่ นักการทหารผู้มีความชำนาญในกลศึกก็สามารถใช้ “ความคล้าย” ของทั้งสองสิ่งสร้างความสับสนฉงนใจให้แก่ข้าศึก ฉวยโอกาสที่ข้าศึกกำลังวุ่นวายหรือหลงกลจู่โจมเอาชัยโดยพลัน

กลยุทธ์ ที่ 18 จับโจรเอาหัวโจก สรุปได้ว่า ความหมายของกลยุทธ์นี้ คือให้โจมตีส่วนที่สำคัญของข้าศึก เพื่อให้ได้รับชัยชนะอย่างสิ้นเชิง ในการบัญชาการรบ จะต้องสันทัดในการขยายผลของการรบให้ใหญ่หลวงยิ่งขึ้น อย่าได้ปล่อยโอกาสที่จะได้รับชัยชนะให้หลุดลอยไปเป็นอันขาด หากคิดง่ายๆ แต่เพียงว่า ขอให้โจมตีข้าศึกถอยไปได้เท่านั้นก็พอใจแล้ว แต่ไม่ทำลายกำลังหลักของข้าศึก จับตัวผู้บัญชาการหรือทลายกองบัญชาการของข้าศึกให้ย่อยยับไปแล้ว ก็จะเหมือนดั่งปล่อยเสือเข้าป่า

ภาคที่ 4 กลยุทธ์ติดพัน   หลักกลยุทธ์ในภาคนี้เป็นหลักที่ใช้ในการศึกที่ติดพันยาวนานเหมือนชื่อ หัวข้อ เมื่อทำการศึกบางครั้งก็ไม่อาจเข้าหักได้โดยง่าย จำต้องทำศึกยืดเยื้อเพื่อลดทอนกำลังของข้าศึก แต่หากยืดเยื้อติดพันนานเกินไปก็ไม่เป็นผลดี จึงต้องหาวิธีที่จะยุติศึกนั้นๆ โดยเร็ว ไม่ว่าจะด้วยชัยชนะหรือความปราชัยก็ตาม ข้อมูลส่วนภาคนี้มาจาก “www.thaisamkok.com หัวข้อ 36 กลยุทธ์” ดังจำแนกได้ต่อไปนี้

กลยุทธ์ ที่ 19 ถอนฟืนใต้กระทะ สรุปได้ว่า ในสถานการณ์ศึกที่ชุลมุนติดพันเป็นอย่างยิ่งนั้น การรบด้วยภาวะจิตเป็นยุทธวิธีที่ดีที่สุด และเป็นโอกาสที่จะรบให้ชนะ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เมื่อใคร่ประสงค์จะทำลายกำลังของข้าศึก ก็ต้องทำลายกำลังหลัก ทำลายหัวใจของข้าศึกเป็นเบื้องแรก ในเวลาเช่นนี้จิตใจของแม่ทัพนายกองก็คือ “ฟืน” เมื่อถอน “ฟืน” ออกแล้วน้ำในกระทะก็จะเดือดมิได้

กลยุทธ์ที่ 20 กวนน้ำจับปลา สรุปได้ว่า ปลาไม่เห็นทิศทางเมื่อน้ำขุ่นคนแยกจริงเท็จไม่ออกยามชุลมุน จึงเกิดช่องว่างมากหลายที่จะเอาประโยชน์ได้ “กวนน้ำจับปลา” ย่อมหมายถึงในสงครามชุลมุนแห่งการแก่งแย่งอำนาจกันนั้น ควรฉวยโอกาสใช้กำลังที่อ่อนแอโลเลให้คล้อยตามความประสงค์ของตน ที่สำคัญคือเอาเท็จพรางจริง กวนน้ำให้ขุ่นโดยเจตนา แล้วรีบซ้ำเติมเอาชัยแก่ศึกเสีย

กลยุทธ์ที่ 21 จักจั่นลอกคราบ สรุปได้ว่า จักจั่นลอกคราบเป็นวิธีสลัดให้หลุดพ้นจากการเผชิญหน้ากับข้าศึก ด้วยการเคลื่อนย้ายหรือถอยทัพ ที่ว่า “ลอก” มิใช่อย่างตื่นตระหนก อย่างขวัญหนีดีฝ่อ แต่ยังคงไว้ซึ่งรูปโฉมภายนอก ทว่าได้ถอดเนื้อหาออกไปหมดสิ้นแล้ว หนีแสดงว่าไม่หนี ปกปิดข้าศึกเพื่อให้หลุดพ้นจากห่วงอันตราย วิธีการ “ลอกคราบ” มีหลายแบบหลายอย่าง เนื้อแท้ก็คือการใช้เล่ห์กลหลอกลวงข้าศึก เป็นพฤติกรรมที่ใช้การพรางตา ปลอมปนความจริงเอาตัวรอดนั่นเอง

กลยุทธ์ ที่ 22 ปิดประตูจับโจร สรุปได้ว่า เมื่อต้องการจับโจร พึงตัดทางหนี โอบล้อมให้แน่นหนา หากโจรเข้าในเมือง จงปิดประตูเมืองให้สนิท มิให้มีทางเล็ดรอดออกไปได้ จึงถูกจับได้โดยละม่อม กลับกัน พบโจรก็ไล่ไม่ปิดประตูเมือง ไล่เหนือไปได้ โจรก็พ้นไป โจรที่หนีพ้นย่อมเกิดความย่ามใจ ย้อนกลับมาอีกพร้อมด้วยพรรคพวก หากปิดทางหนีโจรจะมิกล้า อู๋จื่อกล่าวว่า “โจรที่ไม่คำนึงถึงความตาย หากซ่อนตัวตามสุมทุมพุ่มไม้ในป่ากว้าง ก็พอจะทำให้กำลังซึ่งติดตามมาเป็นพันคนอกสั่นขวัญแขวน ลมพัดใบไม้ไหวก็แตกตื่น เพราะมิรู้ว่าโจรจะปรากฏตัวออกมาจู่โจมเอาชีวิตเมื่อใด จับโจรจึงควรระวัง มิให้เป็นปลาลอดร่างแห

กลยุทธ์ที่ 23 คบไกลตีใกล้ สรุปได้ว่า นี่เป็นยุทธศาสตร์ยุทธวิธีแยกสลายหรือป้องกันการร่วมมือกันของฝ่ายตรงข้าม เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายในการตีให้แตกทีละส่วน คำโบราณจีนกล่าวไว้ว่า “ญาติไกลมิสู้มิตรใกล้” นั้นตรงข้ามกับกลยุทธ์นี้ แท้ที่จริงแล้วในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน ความขัดแย้งในประเทศไกลมักจะเกิดน้อย กับประเทศใกล้กลับจะมากกว่า เพราะอาจจะมีการกระทบกระทั่งกันในเรื่องผลประโยชน์ และอื่นๆ อีกนานาประการ กลยุทธ์นี้จึงเป็นหลักปรัชญาในการแสวงหาประโยชน์พร้อมทั้งป้องกันตัวไปด้วย ในขณะเดียวกัน สุดแต่ผู้ใดจะใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตน

กลยุทธ์ที่ 24 ยืมทางพรางกล สรุปได้ว่า ปัญหาของกลยุทธ์นี้อยู่ที่คำว่า “ยืมทาง” ถ้ายืมทางได้ทุกสิ่งทุกอย่างก็สำเร็จ เพราะฉะนั้น ผู้ที่ใช้กลยุทธ์ยืมทางต้องอ้างเหตุผลในการยืมทางให้ดี เพื่อปกปิดจุดประสงค์ที่แท้จริงของตน ความจริงคำว่า “ศัตรูบังคับให้สยบ เราพึงแสดงท่าที” นั้น คือฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำ เรายื่นมือเข้าไปช่วยแล้วเอาประโยชน์จากนี้ อันที่จริงการกระทำดังนี้เป็นพฤติกรรมที่ไร้คุณธรรมอย่างยิ่ง แต่ในสงครามหรือการต่อสู้ใดๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรามักจะเป็นเป็นเช่นนี้ปรากฏอยู่ทั่วไปในชีวิตจริง เพราะเหตุว่า แต่ละฝ่ายย่อมจะเริ่มต้นจากผลประโยชน์ของตนเองเป็นใหญ่ หากปราศจากเสียซึ่งการร่วมมืออันถาวร ก็จะไม่มีการช่วยเหลือที่แท้จริง มิตรและศัตรู คำมั่นสัญญากับการปฏิบัติจึงพึงจำแนกให้ชัด พิจารณาให้ถ่องแท้ มิฉะนั้นแล้ว หากเห็นแก่ได้ถ้อยเดียวก็จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตของตน

ภาคที่ 5 กลยุทธ์ร่วมรบ   กลยุทธ์ในภาคนี้ไม่ใช่กลยุทธ์เพื่อการศึกอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ร่วมกับกลยุทธ์อื่นในศึกสงคราม เช่น กลยุทธ์ที่เน้นการหลอกล่อให้เข้าแผน เป็นต้น โดยผู้ที่สามารถวางกลยุทธ์เช่นนี้ได้ต้องมีความคิดปราดเปรื่อง รอบคอบ และรู้เท่าทันการณ์ของข้าศึก โดยใน “www.thaisamkok.com หัวข้อ 36 กลยุทธ์” ได้สรุปอย่างง่ายเอาไว้ ดังจำแนกได้ต่อไปนี้

กลยุทธ์ที่ 25 ลักชื่อเปลี่ยนเสา สรุปได้ว่า  กลยุทธ์นี้มีความหมาย 2 นัย หนึ่งหมายถึงการสับเปลี่ยนกำลังหลักของพันธมิตรชั่วคราวที่เป็นศัตรูโดย เนื้อแท้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการทำลายหรือกลืนกินพันธมิตรนั้นเสีย ซึ่งในสมัยศักดินาโบราณมักชอบกระทำกันเป็นนิจ โดยไม่ได้คำนึงถึงสัจวาจาหรือศีลธรรมแต่ประการใด อีกนัยหนึ่งหมายถึง เป็นกลยุทธ์ในการโยกย้ายกำลังหลักของฝ่ายข้าศึกโดยใช้กลลวงต่างๆ นานา ทำให้ข้าศึกต้องเปลี่ยนแนวรบหรือเคลื่อนย้ายกำลังไปตามความประสงค์ของเรา ครั้นแล้วจึงเข้าตีจุดอ่อนข้าศึกเพื่อให้ได้รับชัยชนะ ดังนั้นผู้บัญชาการที่ชาญฉลาดจึงมิใช่จะสันทัดในการใช้กำลังพลของฝ่ายตน เท่านั้น หากจะยังต้องสันทัดในการเคลื่อนย้ายหรือกระจายกำลังของฝ่ายข้าศึกด้วย กลยุทธ์ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนอีกด้วย

กลยุทธ์ที่ 26 ชี้ต้นหม่อนด่าต้นไหว สรุปได้ว่า เพื่อที่จะดำเนินตามแผนการที่วางไว้จำต้องใช้มาตรการที่เด็ดขาดจึงจะได้รับ ผลตามที่ได้กำหนด แต่ความเด็ดขาดนั้นใช่ว่าจะต้องอาศัยกำลังความรุนแรงเสมอไป อาจดำเนินด้วยวิธีการหนึ่งใด ที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามตระหนักในเจตนายอมสยบแต่โดยดี เพราะจนปัญญาที่จะต่อตีด้วยเรานั่นเอง
กลยุทธ์ที่ 27 แสร้างทำบอแต่ไม่บ้า สรุปได้ว่า ยามเมื่อสถานการณ์ไม่เป็นผลดีควรจะสะกดกลั้นตัวเองไว้ แสร้างทำเป็นโง่เง่า อวดฉลาดยิ่งจะไม่เป็นผลดีแก่ตน นี่เป็นวิธีรู้รักษาตัวรอดอย่างหนึ่งในยามปั่นป่วน คนฉลาดมักใช้วิธีนี้ป้องกันตัวและวางแผนวิธีเอาชนะศัตรู คนที่ดูโง่เขลานั้นโดยภายนอกก็อาจจะเห็นเป้นเต่าตุ่น แต่ที่แท้แล้วภายในนั้นคมกริบ รู้เขารู้เรา พึงถอยก็รู้จักถอย มิดันทุรังไปโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ดังนั้นจึงสามารถเป็นฝ่ายริเริ่มกระทำในการทั้งปวง เพราะเข้าใจในเหตุการณ์อย่างรู้แจ้งตลอด และรอจังหวะที่จะบุกกระหน่ำมิให้ศัตรูตั้งตัวติดตลอดเวลา กลยุทธ์นี้มักจะพบเห็นอยู่บ่อยๆ โดยทั่วไปผู้ใดใช้เป็นด้วยความสันทัดจัดเจนผู้นั้นย่อมจะได้รับผลสำเร็จและ เป็นที่น่ากลัวสำหรับฝ่ายตรงข้ามที่มิรู้แจ้งในกล

กลยุทธ์ที่ 28 ขึ้นบ้านชักบันใด สรุปได้ว่า “ขึ้นบ้านชักบันใด” มีความหมายค่อนข้างกว้าง หนึ่งในนั้นก็คือ ใช้ผลประโยชน์เล็กน้อยล่อให้ข้าศึกเข้าปิ้งแล้วทำลายเสียให้สิ้น ซึ่งก็หมายความว่าเมื่อข้าศึกบุกเข้าไปในอาณาเขตของเรา เราจงใจจะเปิดทางตันให้กับเขา เมื่อข้าศึกหลงกลตกอยู่ในวงล้อมก็จะตื่นตระหนกเดินไปตามหนทางที่เราเปิดไว้ ให้ เมื่อเราตัดทางรุกและทางถอย ข้าศึกก็จนด้วยเกล้า ถ้าไม่ยอมจำนนก็เหลือแต่ทางตายทางเดียว ในกลยุทธ์นี้ที่สำคัญคือ “บันใด” จงใจให้ข้าศึกเห็นจุดอ่อนและมุ่งมั่นจะใช้จุดอ่อนให้เป็นประโยชน์แก่ตน ถ้าไม่มี “บันใด” ดังกล่าวกลยุทธ์นี้ก็ยากที่จะได้รับผล

กลยุทธ์ที่ 29 ต้นไม้ผลิดอก สรุปได้ว่า ที่ว่าต้นไม้ผลิดอกก็คือ ทำให้ต้นไม้ที่ไม่มีดอกสามารถผลิดอกออกสะพรั่งให้เห็นโดยใช้วิธีเอาดอกไม้ ปลอมไปติดไว้ที่ต้นนั้น ซึ่งหากไม่พินิจพิจารณาให้ดีก็จะไม่รู้ว่าเป็นของปลอม และอาศัยสิ่งนี้หมุนเปลี่ยนสภาพการณ์ให้เป็นผลดีแก่เรา หรืออีกนัยหนึ่งคือ ยืมสิ่งอื่นมาบังหน้า ให้ข้าศึกเกิดความเข้าใจผิดแล้วฉวยโอกาสเคลื่อนไหวให้เป็นไปตามความประสงค์ นั่นเอง

กลยุทธ์ที่ 30 สลับแขกเป็นเจ้าบ้าน สรุปได้ว่า “สลับแขกเป็นเจ้าบ้าน” ก็คือแขกแย่งเป็นเจ้าบ้านเสียเองเปลี่ยนฐานะจากฝ่ายถูกกระทำเป็นฝ่ายกุม อำนาจการกระทำ และบงการให้สถานการณ์เป็นไปตามความประสงค์ ในขณะที่ตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบจะต้องยอมเป็น “แขก” ชั่วคราว เพื่อช่วงชิงเวลาและสะสมกำลัง อาศัยชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ  ครั้งแล้วครั้งเล่า จน “เจ้าบ้าน” จำยอมต้องกลับกลายเป็น “แขก” เพราะมิมีปัญญาจะต้านทานได้เลย

ภาค ที่ 6 กลยุทธ์ยามพ่าย   ใช่ว่าจะต้องมีแต่เพียงกลยุทธ์ที่ใช้ในการสงครามเท่านั้น นักวางแผนที่ชาญฉลาดต้องมีลู่ทางในการศึกเมื่อยามเข้าตาจนด้วย กลยุทธ์ในภาคที่ 6 นี้จึงเป็นกลยุทธ์สำหรับการเอาตัวรอดในยามศึกสงคราม การเอาตัวรอดจากกลยุทธ์ในภาคนี้มิใช่ทำตัวเป็นลูกเต่าหัวหด หากแต่เป็นการวางเชิงเพื่อการเอาชนะในภายหลัง อาจถูกมองเป็นวิธีที่ขลาดเขลา แต่ใน “www.thaisamkok.com หัวข้อ 36 กลยุทธ์” ได้อธิบายไว้อย่างลึกซึ้งและลงตัว ดังจำแนกได้ต่อไปนี้

กลยุทธ์ที่ 31กลสาวงาม สรุปได้ว่า เมื่อข้าศึกมีกำลังเข้มแข็งดุจกำแพงเหล็กมิมีจุดอ่อนที่จะทะลวงเข้าไปได้ วิธีเอาชนะอย่างเดียวก็คือ จะต้องแทรกซึมเข้าไปภายในของข้าศึกดุจดังหนอนกินลูกแอปเปิ้ล เจาะชอนใชจากภายในสู่ภายนอกจนเน่าไปทั้งลูก และขุนทัพย่อมเป็นหัวใจของกองทัพ เป็นประมุขของไพร่พล ถ้าขุนทัพถูกทะลวงจุดอ่อนจนหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียงแล้วไซร้ ก็จะมีอันเป็นไป ไร้สมรรถภาพ จึงมิพ่ายแพ้หาได้ไม่

กลยุทธ์ที่ 32 กลปิดเมือง สรุปได้ว่า เท็จเท็จจริงจริง ย่อมมีอยู่ในการศึก ข้าศึกฉวยโอกาสยามเราอ่อนกำลังเราก็จงใจแสร้งทำให้อ่อนปวกเปียกลงไปอีก จนข้าศึกฉุกใจชวนสงสัย เข้าใจผิดคิดว่าเราพร้อมรบแต่แสร้งลวง เพื่อหลอกล่อให้ตกหลุมพราง ก็ถือเป็นสงครามจิตวิทยา โดยมิได้ใช้กำลังที่แท้เอาชนะข้าศึก แต่ด้วยการพินิจพิจารณาภาวะจิตของแม่ทัพข้าศึก เอาชนะด้วยอุบายอันแยบยลจนข้าศึกหวั่นเกรงถอยทัพกลับไป โดยที่เราไม่ต้องพ่ายแพ้เสียทหารแม่สักคนในยามคับขัน

กลยุทธ์ที่ 33 กลไส้ศึก สรุปได้ว่า เมื่อฝ่ายตรงข้ามมีความระแวงสงสัย พึงทำให้เกิดความระแวงสงสัยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ซื้อคนขายตัวหรือใช้ไส้ศึกให้เป็นประโยชน์แก่เรา ซุนจื่อเคยแนะนำว่า พึงเอาชนะโดยไม่ต้องรบ ที่สำคัญคือใช้วิธีทางการทูต การใช้อุบายบวกกับกลยุทธ์ไส้ศึก ให้ข้าศึกเกิดความปวดร้าวปั่นป่วนภายในเองจึงจะชนะได้โดยง่าย

กลยุทธ์ ที่ 34 กลทุกข์กาย สรุปได้ว่า คำโบราณของจีนมีกล่าวไว้ว่า “ร่างกาย เส้นผม และผิวหนังได้มาจากบิดามารดา มิควรทำลาย นี้คืออันดับแรกแห่งกตัญญู” คำคำนี้เป็นทัศนคติที่ฝังลึกอยู่ในมโนธรรมของชาวจีนมาช้านาน ดังนั้นการจะทำร้ายร่างกายตนเอง ยอมสวามิภักดิ์แก่ศัตรูด้วยอุบายจึงมักจะได้รับความเห็นใจให้ความเชื่อถือ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ล้ำลึกกว่า “กลไส้ศึก” ซึ่งเคยได้รับความสำเร็จอย่างงดงามมามากหลายตั้งแต่โบราณกาล

กลยุทธ์ ที่ 35 กลลูกโซ่ สรุปได้ว่า การใช้กลยุทธ์เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการเอาชนะศัตรู ซุนจื่อกล่าวไว้ว่า “ผู้ที่ใช้กลอุบายมิควรใช้เพียงหนึ่งเดียว หากควรประกอบด้วยอุบายนานา ถือหลายอุบายเป็นหนึ่งกลยุทธ์ หรือร้อยพันอุบายเป็นหนึ่งกลยุทธ์ นี่คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด” และดังนั้นจึงเป็นดุจดั่งคำว่า “แม่ทัพผู้ปรีชาจักได้ฟ้าอนุเคราะห์” นั่นเอง

กลยุทธ์ที่ 36 หนีคือยอดกลยุทธ์ สรุปได้ว่าในสถานการณ์ที่ไม่เป็นผลดี จะต้องหลีกเลี่ยงกับการสู้รบขั้นแตกหักกับข้าศึก ทางออกจึงมี 3 ทาง ยอมจำนน เจรจาสงบศึก ถอยหนี เมื่อเทียบกันแล้ว การยอมจำนนคือการพ่ายแพ้อย่างถึงที่สุด การขอเจรจาสงบศึกคือการพ่ายแพ้ครึ่งหนึ่ง การถอยหนีกลับอาจจะแปรเปลี่ยนมาเป็นชัยชนะได้ ดังนั้นจึงได้เรียกชื่อกลยุทธ์นี้เป็น “หนีคือยอดกลยุทธ์” ถอยหนีพึงถอยเลี่ยงอย่างมีแผนเป็นฝ่ายกระทำ ซึ่งมีเนื้อหาเป็นคุณ มิใช่ถอยหนีอย่างไม่ลืมหูลืมตา เมื่อทัพอ่อนเผชิญทัพแข็ง มักจะใช้วิธีหนีเพื่อกระจายกำลังข้าศึก เพื่อสร้างโอกาสกลับมาสู่ชัยชนะนั่นเอง

จากทั้ง 36 กลยุทธ์นี้คิดว่าทุกคนคงเคยใช้หลักกลยุทธ์มาแล้วไม่อย่างไดก็อย่างหนึ่ง หรืออาจจะมีผู้อ่านท่านใดที่เคยคิดกลลูกโซ่มาแล้ว เพราะทั้งหมดนี้เป็นหลักเพื่อนำพาชัยชนะมาสู่ตนในการแข่งขันต่างๆ และยังเป็นวิธีการเอาตัวรอดจากอันตรายต่างๆได้เป็นอย่างดีซ้ำยังเป็นแนวทาง ในการนำพาชัยมาสู่ตนเองได้อีก ตัวอย่างเช่นกลยุทธ์ที่ 30 สลับแขกเป็นเจ้าบ้านซึ่งจะเป็นได้ชัดว่าเป็นการยอมฝ่ายตรงข้ามเพื่อค่อยๆ นำพาชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่มาสู่ฝ่ายของตน

36 กลยุทธ์ไม่ใช่เป็นเพียงแต่คัมภีร์เพื่อการสงครามและช่วงชิงเอาชัยชนะ เท่านั้น หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วมันยังเป็นคัมภีร์เพื่อการอยู่รอดในสังคมอีกด้วย

CREDIT : www.thaisamkok.com

………………………………………………..

การพัฒนาเพื่ออยู่ได้อย่างยั่งยืน(Sustainable Development)

1.ธุรกิจต้องควบคู่กับศีลธรรม (บรรษัทภิบาล)
2.มนุษย์จะอยู่ได้ สังคมต้องอยู่ได้ สังคมจะอยู่ได้ ธรรมชาติต้องอยู่ได้ด้วย
3.ผู้นำที่ดี (เป็นผู้ vision , role model ด้านบริหารงาน , บริหารคน และ ศีลธรรม จริยธรรม, “ Walk the Talk and Talk the Walk”)
4.เป้าหมายง่ายต่อความเข้าใจ และ ชัดเจน (ประโยชน์ใช้สอย , ดีไซน์ที่ดึงดูดใจ, ราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้,คุณภาพไม่มีการประณีประณอม)
5.กลยุทธ์ที่ดี (Catalog & Store as One Unit , การสื่อสาร, การสร้างค่านิยม, การทำถูกอย่างให้ง่าย(ต่อความเข้าใจ, การพัฒนาบุคลากรยืดคนเป็นศูนย์กลาง)
6.วัฒนธรรมองค์กร (เป็นผู้กล้าและ รักผู้อื่นเหมือนรักตัวเอง ยอมรับความแตกต่างทางความคิด สร้างคนให้เป็นนวัตกร ,LO&KM , กล้าเปิด , กล้าคิด, กล้าทำ,กล้ายอมรับ,กล้าคิดนอกกรอบ, CRM , SRM, Empowerment , Trust , ให้คนตระหนักเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อมการใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่าเป็นบาป)

……………………………………………………………………………………………………………..

http://www.payakorn.com/fortune.php

case amp ok

Posted: August 11, 2011 in Uncategorized

High Quality Alum. Chassis for Pro DIY

http://www.thlaudio.com/indexE.htm

……………………………………………….

Onixia Bijou Headphone Amplifier

http://www.homebuilthifi.com/project/200

  • INTEGRATED STEREO AMPLIFIER
  • Type:Gainclone LM3875

http://www.homebuilthifi.com/project/51

AMPLIFIER / GAINCLONE

Posted: June 20, 2011 in Uncategorized

…………………….

Gainclone Power Amplifier LM3886

http://electronics-diy.com/gainclone-power-amplifier-lm3886.php

………………………………………..

LM3886x2

http://www.htg2.net/index.php?topic=76649.0

………………………………………..

Browse Backing Tracks

http://www.guitarbt.com/index.php?page=dl_list&index=

…………………………………………

GainClone เวอร์ชั่นเสมือน……

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=724.1620

……………………………………..

3875 ในชีวิตผมตั้งแต่มีโอกาสฟังแอมป์โซลิสสเตจมา นี้คือในแอมป์เสียงดีที่สุด

http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,6479.msg87782/topicseen.html#msg87782

……………………………………….

Hardwire Grinclone Lm3886T Non-Inverted

http://www.htg2.net/index.php?topic=9492.0;prev_next=prev

………………………………………..

 Balanced Gainclone)

http://www.htg2.net/index.php?topic=43787.0

………………………………………….

 LM3886 Class A + buffer B1 clone

http://www.htg2.net/index.php?topic=35737.240

…………………………………………

อีกสักครั้งกับ Gainclone LM3875

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?PHPSESSID=8e97c9f19bdc888aa3fd50ef0c6f66ea&topic=435.msg17284#msg17284

…………………………………………

GainClone เวอร์ชั่นเสมือน……

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=724.0

มาช้า ดีกว่าไม่มา 3875

http://www.audiodiyclub.net/index.php?topic=3764.0

…………………………………………..

My Gainclone… ตามกระแสกันหน่อย

http://www.htg2.net/index.php?topic=75445.0

เรื่องของ GainClone กับ GainCard

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=858.0

…………………………………………..

PA100 GC – 100W per channel, 2x LM3886

http://dc128.4shared.com/img/_SLBOdA5/preview.html

………………………………………..

diy-dual-mono-dip8-to-single-dual-dip8

http://vc-junk.blogspot.com/2011/01/diy-dual-mono-dip8-to-single-dual-dip8.html

………………………………………..

Gainclone LM3886 ver.2

http://vc-junk.blogspot.com/2011/08/chipamp-lm3886-ver2.html

………………………………………..
PA100 GC – 100W per channel, 2x LM3886 in parallel power amplifier

http://www.shine7.com/audio/pa100_2.htm

………………………………………

Gainclone HUM, THUMP problems – The solution

http://www.diyaudio.com/forums/chip-amps/118735-gainclone-hum-thump-problems-solution.html

……………………………..

4-channel Gainclone

http://gainphile.blogspot.com/2007/10/gainclone-casing-and-final-touches.html

……………………………………….

Analysis of the pictures of the Gaincard innards

…………………………………………

ขั้นตอนการประกอบ IC LM3886 


1.ติดตั้ง R 22k เข้าที่ขา 3 กับขา 9 ของ IC LM3886 โดยบัดกรีให้ชิดตัวไอซี

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=724.1365

………………………………………..

มาช้า ดีกว่าไม่มา 3875

http://www.audiodiyclub.net/index.php/topic,3764.0.html

………………………………………..

ใช้ Step Volume

http://www.headphoneresearch.com/forum/index.php?topic=2038.0

………………………………………….

GainClone เวอร์ชั่นเสมือน……

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=724.0

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=724.msg55967#msg55967

…………………………………………

power-amplifier lm4780

http://electronics-diy.com/lm4780-power-amplifier.php

………………………………………..

NP-100v12: 12AU7 (ECC82) / IRF510 Headphone Amp

http://diyaudioprojects.com/Solid/12AU7-IRF510-LM317-Headamp/

http://www.audiodiyclub.net/index.php/topic,2402.0.html

……………………………………….

Pre Amp 12au7: บันทึการสร้างแอมป์หลอด

http://niwatblog.com/2008/08/21/pre-amp-12au7


………………………………………….

IZLAZNO POJAČALO S IC LM3886

http://www.moxtone.com/LM3886.htm

……………………………………….

Commercial Gainclone kit- building instructions

http://www.diyaudio.com/forums/audio-sector/123003-commercial-gainclone-kit-building-instructions-20.html

……………………………………….

ลองทำ Gainclone ฉบับปฐมศึกษา

http://www.audiodiyclub.net/index.php/topic,2241.60.html

………………………………………

วิวเสียงC Electrolite

http://www.headphoneresearch.com/forum/index.php?topic=193.msg70963#msg70963

…………………………………………

ค่า ESR ของ capacitor สำคัญกับงาน Audio มากน้อยแค่ไหน ….

http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,5544.0.html

……………………………………..

วิธีการประกอบ LM3886 + TUBE BUFFER STEP BY STEP

http://www.htg2.net/index.php?topic=40950.0

ริ่มด้วยวงจรก่อนนะครับ

รายการอุปกรณ์สำหรับ NON-INV
R1= 1K (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R2= 47.5K (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R3= 681 Ohm (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
Rf= 20K-22K (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
Rm = 10K (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
Ro = 2.7 Ohm (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
Cm = 100uF – 220uF /16V (อิแล็กทรอไลท์)
Cอิแล็กทรอไลท์ 330uF-1000uF/35V  2 ตัว (อิแล็กทรอไลท์)
C 3300uF-10000uF/35V 2 ตัว (อิแล็กทรอไลท์)
C 0.1uF (WIMA MKP MKS)
Diode MUR860 หรือไดโอดชนิดแนวนอนที่ทนกระแส 2 AMPขึ้นไป  4ตัว
LM3886T,LM3886TF 1ตัว
หม้อแปลง 18-0-18 ถึง 22-0-22  2 Amp ขึ้นไป
สายไฟ ตะกั่ว ท่อหด Heatzink

………………………………………….

TUBE-BUFFERED GAINCLONE

http://www.htg2.net/index.php?topic=33256.msg374563#msg374563

รายการอุปกรณ์TUBE BUFFER
R1A,1B =3.9K(คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R2A,2B =100K(คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R3A,3B =11K(คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R4A,4B =100K(คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
C .1 uF 2ตัว
C 3.3uF MKP MKS
สายไฟ ตะกั่ว ท่อหด Heatzink
Heater คือไฟจุดใส้หลอด 6.3 Volt เป็น AC หรือ DC ก็ได้ครับ 500ma เผื่อไว้หน่อย แต่ถ้าใช้ DC สามารถทำ LED ส่องใต้หลอดได้ครับ ใช้ R ประมาณ 1k Dropไฟ
วงจรนี้ต้องมี ไฟ DC + – 45Volt เป็นแหล่งจ่ายให้ต่างหากนะครับ ต้องการกระแสไม่มาก 50ma ก็เพียงพอ

…………………………………………

Diy LM3886 v4 first prototype

http://diygainclone.blogspot.com/2010/03/lm3886-first-prototype.html

………………………………………..

2x LM3886 In Parallel – How To Add DC Offset Adjustment

http://www.electro-tech-online.com/electronic-projects-design-ideas-reviews/97356-2x-lm3886-parallel-how-add-dc-offset-adjustment-3.html

……………………………………………

LM3886

100 Watt Single Chip Amplifier

http://technosains.com/SingleChip100WattAmplifier.htm

…………………………………………….

http://www.cewmedia.com/article.php

ทำความรู้จักกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์พื้นฐานก่อนครับ

……………………………………….

i have these components

Components for amplifier boards

2 LM3886TF

4 22 kohm 0.5w compact metal film resistors

2 10 kohm 0.5w compact metal film resistors

2 1 kohm 0.5w compact metal film resistors

2 680 ohm 0.5w compact metal film resistors

2 2.7 ohm 2w metal film resistors

6 100 uf 50v Panasonic FC

2 47 uf 50v Panasonic FC

6 0.1 uf BC polypropylene cap

Components for power supply boards

4 10000 uF 50v Panasonic TS Capacitors (35mm x 30mm low profile)

8 0.1 uf BC polypropylene cap

16 MUR860 On Semiconductor Diodes

4 2.2 kohm 2w metal film resistors

4 1 ohm 2w metal film resistors

2 blue LEDs

2 1N4004 diodes

2 10 kohm 0.5w compact metal film resistors

2 10 uF Panasonic FC Capacitors

…………………………………………..

Pre Pre Pre แล้วก็ Pre คนบ้าทำแต่ Preamp

http://www.htg2.net/index.php?topic=36286.msg412654%3Btopicseen

………………………………………

Gainclone Power Amplifier LM3886

http://electronics-diy.com/gainclone-power-amplifier-lm3886.php

http://electronicsprojects.mediadir.in/page/372/?p___

http://www.flickriver.com/photos/phidauex/4421910470/

……………………………………..

วิธีการประกอบ LM3886 + TUBE BUFFER STEP BY STEP

http://www.htg2.net/index.php?topic=40950.0

เริ่มด้วยวงจรก่อนนะครับ

รายการอุปกรณ์สำหรับ NON-INV
R1= 1K (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R2= 47.5K (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R3= 681 Ohm (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
Rf= 20K-22K (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
Rm = 10K (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
Ro = 2.7 Ohm (คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
Cm = 100uF – 220uF /16V (อิแล็กทรอไลท์)
Cอิแล็กทรอไลท์ 330uF-1000uF/35V  2 ตัว (อิแล็กทรอไลท์)
C 3300uF-10000uF/35V 2 ตัว (อิแล็กทรอไลท์)
C 0.1uF (WIMA MKP MKS)
Diode MUR860 หรือไดโอดชนิดแนวนอนที่ทนกระแส 2 AMPขึ้นไป  4ตัว
LM3886T,LM3886TF 1ตัว
หม้อแปลง 18-0-18 ถึง 22-0-22  2 Amp ขึ้นไป
สายไฟ ตะกั่ว ท่อหด Heatzink

——————————————

รายการอุปกรณ์TUBE BUFFER
R1A,1B =3.9K(คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R2A,2B =100K(คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R3A,3B =11K(คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
R4A,4B =100K(คาร์บอน,เมทัลฟิลม์)
C .1 uF 2ตัว
C 3.3uF MKP MKS
สายไฟ ตะกั่ว ท่อหด Heatzink
Heater คือไฟจุดใส้หลอด 6.3 Volt เป็น AC หรือ DC ก็ได้ครับ 500ma เผื่อไว้หน่อย แต่ถ้าใช้ DC สามารถทำ LED ส่องใต้หลอดได้ครับ ใช้ R ประมาณ 1k Dropไฟ
วงจรนี้ต้องมี ไฟ DC + – 45Volt เป็นแหล่งจ่ายให้ต่างหากนะครับ ต้องการกระแสไม่มาก 50ma ก็เพียงพอ

………………………………………..

50 W stiprintuvas su LM3886

http://www.elektronika.lt/schemos/garso/239/50-w-stiprintuvas-su-lm3886/

…………………………………………….

Construction of a P2P LM3886 gainclone part 1.

http://www.diyaudio.com/forums/blogs/wintermute/134-construction-p2p-lm3886-gainclone-part-1.html

……………………………………..

แผนผัง….3886 tf

………………………………………

……………………………………..

Cฟิลม์มาปรับปรุงคุณภาพเสียงกัน

…………………………………………

-c culping ลองไช้ solen bi-cap orange drop ดูครับ ทำให้ ความไหลลื้น ของ 3886 เยอะขึ้นมากลดความคม ของเสียงได้มาก

-หม้อแปลง r core เข้ากับ 3886 มาก ความกลมกลื่นของเสียงดีจิงๆ

- nichicon เป็น บ่อเกิด ของแหลมสาก ครับ ไช้ภาคdigital น่าจะดี

-c supply เป็น bbc หรือ sprague ก์ จะดีครับ หรือ rubycon zxl bi cap พวก wima mkp10

รับรองครับ ฟังได้ทุกแนว

…………………………………………

PBC 3886 TF OK….GOOD

http://www.thaidiyaudio.net/index.php?topic=5887.0

………………………………………..

LM3886 based power amplifier

http://dogbreath.de/Chipamps/ThreeResAmp/ThreeResAmp.html

A snubberized chipamp PSU

………………………………………

NANOO – DIY LM3875 GAINCLONE (CHIP AMP)

http://diyaudioprojects.com/Chip/Nanoo/

………………………………………..

มหากาพย์ Gain Card

http://www.htg2.net/index.php?topic=71627.0%3Bprev_next=next

……………………………………………………………………………………………………….

LM3886 Chipamp, LM3886 Chipamp

http://diyaudioprojects.com/Chip/LM3886_CA/LM3886_CA.htm

…………………………………………

A “copy” of the Gaincard amplifier

http://dogbreath.de/Chipamps/GainCardCopy/GainCardCopy.html

……………………………………….

http://suvarnabhumiaudio.com/index.php

ร้านได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เพื่อการติดต่อที่ดีขึ้น  เป็น 087-497 9898.

……………………………………….

Regulated, snubberized Gainclone PSU by Carlos Machado.

http://www.decdun.me.uk/gainclonesnub.html

…………………………………………

Lm3886 ile 50-200 Watt Arası Ucuz Anfi Devreleri

http://320volt.com/lm3886-ile-50100200-watt-anfi/

……………………………………………..

IC Power Amp ที่เครื่องราคาเป็นแสนๆ ต้องเคือง

http://www.dbigbike.com/webboard/index.php?topic=32593.0

……………………………………………..

วงจร 38866 PCB GOOD

http://blog.21ic.com/user1/viack/archives/2009/58823.html

http://www.audiosector.com/lm4780%20amp.pdf

http://www.audiosector.com/lm4780%20psu.pdf

……………………………………………………

LM3886

http://www.un-sound.com/board/index.php?topic=3105.165

http://www.shine7.com/audio/PA100_PCB_bottom.gif

………………………………………………….

เรื่อง C [Capacitor]

http://www.taf.in.th/showthread.php?t=44080&page=1

………………………………………………..

โครงงาน iNop Dock

http://www.taf.in.th/showthread.php?t=44512&page=1

…………………………………………………..

ติดต่อวิเศษสิน

เบอร์นี้เลยครับ 06-2569645 ถ้าเป็นไปได้ช่วงก่อน เที่ยง และ หลัง 4 ทุ่ม เขาจะสะดวกรับ

……………………………………………………

วันนี้..มีอะไร…

http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,2847.3550.html

……………………………………………………..

Super Isolation Transformer

http://www.kaponk.com/node/978

…………………………………………………….

เสียงตุ๊บเวลาเปิดปิดปรีแอมป์

ใช้ C 0.01uF 600V ( จะดีมากหากใช้ค่า 0.1 uF 600V ) คร่อมสวิทซ์ไฟ 220VAC จบครับ

หลากหลายการแก้ไขป้องกัน
1.มาตรฐานต่อ C  คร่อมที่สวิทซ์
2.หากเป็นแบบแยกชิ้น  การต่อ C  อาจไม่ช่วยอะไรได้ในบางครั้ง     เวลาปิด-เปิด  ย่อมเกิดเสียง
เวลาเปิด     เปิดเครื่องเล่นทุกตัวให้หมด  แล้วเปิดแอมป์ทีหลัง
เวลาปิด   เบาโวลุ่มที่แอมป์ทุกครั้งที่จะปิด  ไม่เบาดังแน่ๆ    เบาโวลุ่มปรีด้วย
ปิดแอมป์ก่อนทุกครั้ง  ที่เลิกใช้งาน
3.แบบที่พี่บอกนั้นแหละ   ใช้สวิทซ์จากแอมป์ควบคุม  แท่นที่พ่วง   ปัญหาไม่เกิดแน่ๆ

วิธีแก้ง่ายนิดเดียวครับ
ท่านก็เปิดปรีก่อน แล้วค่อยเปิดแอมป์สิครับ
ตอนปิดก็ปิดแอมป์ก่อน แล้วค่อยปิดปรี

ทำแบบนี้ครับ  เติมให้อีกหน่อยครับ เปิดพร้อมกันไปก็ได้ครับ เอาปลั๊กACของปรีโทนมาเสียบที่AC OutของPower แล้วสวิตช์ที่ปรีไว้ตลอด คราวนี้เราก็เปิดที่เมนแอมป์ทีเดียวก็ ONทั้งสองเครื่อง ครับ

…………………………………………………….

นี้เขียนเรื่องราวเกี่ยวงาน DIY เครื่องเสียง

http://myoss.multiply.com/journal/item/3

…………………………………………………….

ตัวเก็บประจุ/Capacitor

http://www.elechunter.com/category.php?id_category=52

……………………………………………………..

Gainclone เนี่ยฮิตกันจัง ทำง่ายแถมเสียงดี

http://mrhelix.iz-host.com/wp/?p=95

……………………………………

IC 3886

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=2592.165

………………………………………………………

ทำแอมป์หลอดง่าย ๆ

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=2758.0

………………………………………………………

*** The DIY Audio Thread ***

http://forums.overclockers.co.uk/showthread.php?t=17868234

………………………………………………………

หม้อแปลงเทอรอยด์คำนวณค่ากันยังไงครับ เช่น 15VA 100VA 300VA มันเท่ากับเท่าไหร่ของหม้อแปลง EI ครับ?

หน่วย VA = W ครับ คือวัตต์นั้นเอง
V คือ ค่าโวลท์
A คือค่ากระแส
ตัวอย่างเช่น หม้อแปลง 24-0-24 300 VA จะเท่ากับ 6.25A

คิดจาก V =  24*2 = 48 V
A  = 6.25A
ดังนั้น 48*6.25 = 300 VA ครับ

หรือ คิดย้อนกลับก็คือ นำค่า VA ที่มี หารด้วย ค่าโวลท์ของหม้อแปลง
ตัวอย่างเช่น  240VA/24-0-24 V

VA= 240
V = 24*2 = 48V
A = 240/48 = 5 A

………………………………………………………

Power หรือคำว่ากำลังในภาษาไทย ในทางไฟฟ้ามีอยู่ 3 คำครับ

Apparent Power ภาษาไทยเรียก กำลังไฟฟ้าปรากฏ (S) หน่วยเป็น VA
Reactive Power ภาษาไทยเรียก กำลังไฟฟ้าเสมือน (Q) หน่วยเป็น var
Real Power หรือ Active Power ภาษาไทยเรียก กำลังไฟฟ้าจริง (P) หน่วยเป็น W

Apparent power ;       S = V x I                    (VA)
Reactive power;         Q = V x I x sin(zeta)    (var)
Real power;               P = V x I x cos(zeta)    (W)

เพราะฉะนั้นในกรณีที่เราต่อโหลดที่เป็น R เพียวๆ zeta จะเท่ากับ 0 ทำให้ VA =W (COS (0) = 1)

แต่ในความเป็นจริง โหลดที่เราต่อมักไม่ใช่ R เพียวๆ เลย เลยทำให้ VA ไม่เท่ากับ W
และผู้ผลิตหม้อแปลง ก็ไม่ทราบว่าเราจะไปต่อโหลดแบบไหน และการบอกคุณสมบัติของสินค้า จำเป็นต้องมีการทดสอบ เลยให้บอกเป็น VA แทน โดยทดสอบที่ R เพียวๆ

ผมเน้นคำว่า R เพียวๆ หมายถึง R ที่ไม่มีค่า L และ C แฝงอยู่ในนั้นนะครับ และ R ตัวใหญ่ๆ ที่เป็นกระเบื้อง บางทีต้องดูว่าโครงสร้างเป็นลวดพันหรือเปล่า

………………………………………………………

ทดลองทางวงจรตามรอยของ Gaincard ไป 1 เดือนเศษ ถึงเวลาที่ต้องสรุปแล้วครับ

ตัววงจรที่ใช้
จาก การตามแกะวงจรจากรูปถ่าย รวมกับข้อมูลจากเวปต่างๆ สรุปได้ว่าเป็นวงจรแบบ Non-inv จัดเกนการขยายไว้ที 33 เท่า ภาคอินพุตเป็น Step atten 12 ตำแหน่ง ส่วนทางเอาต์พุตมีสวิตช์ Mute สำหรับตัดต่อสัญญาณที่จะส่งไปที่ขั้วลำโพง อ้างอิงวงจรตามลิงค์ (ค่า Ri = 680 Ohm นะครับ) http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=435.msg12472#msg12472

ตัว IC ที่ใช้
เป็น LM3875TF ตัวถัง Isolate ของ NS มีการตัดขา 2,5,6,9,10 ทิ้ง ส่วนขา 11 ถูกนำไปต่อเข้ากับไฟลบ ….. เนื่องจากวงจรที่ใช้เป็นแบบ Non-inv ทำให้ต้องเลือก IC คุณภาพดีมาใช้ โดยเฉพาะค่า Input offset voltage ซึ่งจะมีผลกระทบกับแรงดัน DC ที่เอาต์พุตของแอมป์ (ไอซีตัวเจ๋งๆ จะมีไฟ DC ที่เอาต์พุตต่ำกว่า 3mV ยอมรับได้ไม่เกิน 100mV)

C-supply filter
เป็น ตัวแปรหลักในการทำหนดแนวเสียง ค่า 1000uF ให้เสียงที่กระฉับกระเฉงที่สุด ค่า 2200uF ให้พลังออกมาดี ใช้ค่าสูงกว่านี้เสียงเริ่มเฉื่อย นอกจากนี้ยี่ห้อและรุ่นของซีก็มีผลต่อเสียงอย่างมากเช่นกัน ผมขอสรุปรวมๆ ให้ตามยี่ห้อ ส่วนรุ่นนั้นขอให้ไปต่อยอดกันดู (ผมไม่ได้กั๊กนะครับ ตัวที่ผมเอามาเทสบางตัวเลิกผลิตไม่มีขาย ขืนให้ไป เดี๋ยวไปเจอซีเก่าค่าแห้งขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสีย) ถ้าชอบเสียงหนักแน่นก็ใช้รุ่นที่ Low impedance
-Elna เสียงฟังสบายไม่มีอะไรโดดเด่น กลางมีหมอกหนาหน่อย รายละเอียดไม่จะแจ้ง ถ้าจะทำไว้ฟังเพลินๆ ผมแนะนำให้จัด Elna ไปเลยครับ ตัวสีฟ้าราคาถูกและหาง่าย หรือจะข้ามไปใช้ Silmic ก็จะให้เสียงที่สว่างและชัดเจนขึ้นอีกขั้นนึง
-Nichicon โทนเสียงออกแนวเบสลึก กลางคมชัดสดใสและเคลียร์ แหลมเปิด แต่ปลายเสียงบางรุ่นไม่ค่อยละเอียดเท่าไร ฟังรวมๆ กลางแหลมจะติดบางหน่อยๆ ไม่อวบเหมือน Elna ถ้าได้ตัว Muse FA สีทอง เบสจะใหญ่กว่ารุ่นอื่น แต่ถ้าเป็น Muse KZ เบสจะลึก ถ้าชอบชัดแน่นลึกก็ต้อง HE  ……. เล่นยี่ห้อนี้จะได้ความใสและชัดเจน แต่ก็ต้องเสียความอวบอิ่มไปบางส่วน
-Nippon โทนเสียงสมดุลย์ดี ตั้งแต่เบสจนถึงปลายแหลม มีเนื้อมีหนัง เบสตอนล่าง กับความใสย่านเสียงกลางแหลมเป็นรอง Nichicon แต่ย่านอื่นลงตัวหมด ถ้าได้รุ่นที่เป็น Low impedance จะช่วยเสริมฐานเบสได้ดีขึ้นแต่ก็ต้องเสียความอวบอิ่มไปนิดหน่อย
-Rubycon ยี่ห้อนี้ต้องลองเป็นรุ่นๆ ไปครับ ผมลอง YK แล้วสู้ Nichicon ธรรมดาไม่ได้ (อันนี้แล้วแต่คนชอบนะครับ) เสียงมันเกร็งกว่า แต่กับรุ่นตัวสีฟ้า 105 องศากลับให้เสียงที่น่าฟังกว่ามาก ….. มีผู้ใหญ่ท่านนึงแนะนำว่าถ้าจะเล่นยี่ห้อนี้ไปลองหา Blackgate แล้วจะลืมซีทุกตัว แต่มันแพงและหายากมากครับ
-Pana ผมว่าตัว FC ให้เสียงที่อวบน่าฟังดี กลางแหลมสดใสใช้ได้เลย ติดที่ว่าเบิร์นอินแล้วมันไม่นิ่งเบสมันยวบๆ บอกไม่ถูก แต่พอเป็น FM เสียงเบสโอเค แต่เนื้อเสียงมันไม่อวบ ส่วนรุ่นธรรมดา เสียงก็ใช้ได้
-Samwha กลางไม่ค่อยเด่น แต่ได้ความใสและชั้นดนตรี ผมลองตัว 1000/100V เสียงกลางจะออกโปรงใสกว่าตัวอื่นๆ ปลายแหลมออกเรียวไปนิด ถ้าใช้กับลำโพงที่ไม่ขี้ฟ้องมากจะไม่ค่อยรู้สึกครับ

C-input
มี ผลต่อเสียงใกล้ๆ กับ C-filter ผมลองชนิด Electro มาหลายตัวหลายยี่ห้อ พบว่าเสียงที่ออกมาเล็กและเรียว ชิ้นดนตรีมีขนาดเล็กลงกว่าที่เคยได้ยิน สุดท้ายจบลงด้วยดีกับ C-Polypropylene ยี่ห้อ SCR ให้ดุลย์เสียงที่ใช้ได้เลย ยี่ห้อ ASC ได้ความสดใสเพิ่มเข้ามา …… ซีตัวนี้เลือกจ่ายกันไปตามกำลังทรัพย์นะครับ

Resistor
R ในวงจรนี้มีผลต่อเกรนของเนื้อเสียงและความสว่าง ถ้าลำโพงที่ใช้ไม่ถึงก็จะฟังยาก
-Rf 22k ตัวนี้ถ้าใช้ Metal film ของ Royal เสียงจะออกคมและเรียว แต่ถ้าเป็น Dale เสียงจะไม่เรียวแต่จะออกโทนสว่าง สุดท้ายผมใช้ Carbon 5% 1/8W ของ Royal บัดกรีติดกับขา IC เนื้อเสียงฟังสบายดี
-Rg 680 Ohm ถ้าใช้ Carbon โทนเสียงจะอุ่น ถ้าใช้ Metal film เสียงจะสดใส เลือกตามสไตล์ที่ชอบครับ
-Ri 22k ผมว่า Dale ให้เสียงที่ชัดเจนดี แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากก็ carbon 5% 1/2W
-Rz 10 Ohm ถ้าเลือกได้ก็ใช้ Metal oxide หรือจะใช้ carbon 5% 1/2W ไปเลยก็ได้

Diode
ผม ลองพวก Fast recovery อย่าง  MUR, MR ของ ON เสียงก็มีรายละเอียดและต่อเนื่องดี แต่ผมชอบเสียงไดโอดเม็ดถั่วพวก byv มากว่า เสียงดนตรีที่ออกมาอิสระกว่า ส่วนไดโอด Rectifier ธรรมดาลองแล้ว (ทั้งตัวเดี่ยวและบริดจ์ตัวใหญ่) ความมันในอารมณ์สู้พวก Fast ไม่ได้ครับ …… จุดนี้ลองเล่นกันได้ครับ

หม้อแปลง
หม้อแปลงมีผลพอ สมควร เทอรอยด์บางตัวให้เสียงที่ไม่น่าฟังออกอั้นๆ ก็มี แต่บางตัวก็ผ่าน แต่กับ EI ตลาดๆ อย่าง VRK 24-0-24 5A เสียงใช้ได้เลย EI ยี่ห้อ BS ก็ใช้ได้ (แต่ตัวของผมมันร้อนหน่อยๆ) ลองกับ C-core ของ TRON ก็ให้เสียงที่ดีไม่อั้น   ……… ใจผมชอบหม้อแปลง EI ครับ

Volume
โวล ลุ่มของเกนโคลนมีผลต่อเสียงพอสมควรครับ ทั้งค่าและชนิด ผมเอาของ Alpha มาลอง พบว่าค่า 20k ให้ดุลย์เสียงดีสุด …ค่าต่ำ กลางจะสว่าง ค่าสูง รายละเอียดจะจม (10k, 20k, 50k, 100k)
กรณีของ Step atten ผมลองที่ 24 step R-dale ค่า 100k ให้เสียงที่ชัดและใสกว่า Alpha ทุกค่า จากข้อมูลที่เทสไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าได้ Step atten ดีๆ ที่ค่าแถวๆ 20-30k เสียงควรจะออกมาดีกว่าค่า 100k

ตัวกล่อง
IC LM3875TF ขณะตอนที่ร้อน เสียงออกมาจะสว่างและให้รายละเอียดที่ดี ถ้าจะทำเพื่อฟังแบบสุดๆ ก็ต้องใช้กล่องและแผ่นระบายความร้อนที่ไม่ต้องใหญ่มาก เพื่อให้อุณหภูมิที่ตัวเครื่องนั้นสูงสักหน่อย ….. ใจผมไม่อยากให้ร้อนเกิน 60 องศา เพราะเป็นห่วงอายุการใช้งานของไอซี ……. แต่ถ้าหากทำเพื่อฟังผ่อนคลายละก็ เลือกแผ่นระบายความร้อนใหญ่ๆ หน่อยให้อุณหภูมิตอนทำงานอยู่แถวๆ 40 องศา กำลังดีครับ
ส่วนเรื่องตัว กล่อง ผมแนะนำกล่องอลูมิเนียม เนื่องจากเท่าที่เล่น LM3875 ครั้งนี้รู้สึกว่าเสียงมันเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าใกล้สนามแม่เหล็กอย่างที่ หม้อแปลงปล่อยออกมา ถ้าจะให้ดีก็แยกผม้อแปลงกับแผงวงจรคนละกล่องไปเลยครับ

………………………………………………………

อีกสักครั้งกับ Gainclone LM3875

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=435.msg12472#msg12472

……………………………………………………….

ช้ CD-63 + ลำโพง 2.5Clone เป็นตัวเทสซึ่งออกจะโหดกับ LM3875 ซักหน่อย แต่ลองแล้วมันขับไหวและขับได้ดังมากเสียด้วย ถ้าว่ากันที่ไดนามิคมันเสียเปรียบมอสเฟต 120 วัตต์ของลุงตรอนหลายช่วงตัว แต่ถ้าวัดด้านความน่าฟัง+ความเป็นดนตรี มันทำได้ไม่แพ้ใครอ่ะครับ

C-filter 1000uF มีผลต่อเสียงอย่างแรง ว่ากันชนิดเปลี่ยนตัวเมื่อไรแนวเสียงเปลี่ยนตามทันที
-Nichicon KW 1000/50V เบสแน่น กลางเคลียร์ กลางแหลมเด่น แหลมเปิดตัวดี ไม่เนียนกริบ แต่ใสปิ้ง
-Nichicon KZ 1000/50V ดุลย์เสียงแบบเดียวกับ KW แต่เสียงจะเคลียร์กว่า
-Panasonic CE 1000/50V เบสอ้วนกว่า Nichicon นิดหน่อย กลางแหลมชัดเจนแต่ไม่เด่นเหมือน Nichicon ปลายแหลมแยกแยะรายละเอียดใช้ได้
-Elna silmic 1000/50V เบสไม่ลึกเท่าพวกข้างบน มิดเบสหนากว่า เสียงออกโทนอุ่น กลางมีหมอกเหมือนหน้าหนาว แหลมไม่ปิ้งเท่าไร แต่เนียนใช้ได้

……………………………………………………..

http://www.homebuilthifi.com/amps

…………………………………………………….

………………………………………………………

dhamma

Posted: March 21, 2011 in Uncategorized

เสียงอ่านพุทธวจน และคำสอนพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ดาวน์โหลด mp3

http://www.pobbuddha.com/buddhawaj/music.php?m_refer=saew

…………………………………….

ธรรมบรรยายโดยท่านติช นัท ฮันห์

http://thaiplumvillage.org/dharmatalk_tnh_500222_03.html

…………………………………..

ฟัง…เพลิน..เพลิน.. เสียงธรรม : พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิพโล

http://www.fungdham.com/sound/kugrit.html

audiodiy

Posted: March 5, 2011 in Uncategorized

http://www.head-fi.org/forum/thread/437075/starving-student-millett-hybrid-pcb-step-by-step-build-guide

…………………………………………………………….

- หามิเตอร์มาใช้สิ จะได้ไม่ต้องลำบากรื้อตัวอะหลั่ยเพื่อดูลายทองแดง
– Cทั้ง2ตัวที่พูดถึง ต่อระหว่าง ขา4กับกราวน์ และ ขา8กับกราวน์ ส่วนใหญ่จะใช้ค่า0.1ไมโคร

Coupling
ยอมให้สัญญาณเสียงผ่านไปได้

Filter
ลดการกระเพื่อมของระดับแรงดันไฟ ต้องเป็นCค่าสูงๆถึงจะช่วยได้ ส่วนCค่าน้อยๆมันไม่ได้ช่วยในเรื่องนี้แต่จะเห็นผลในเรื่องการกรองความถี่ที่ไม่ต้องการทิ้งลงกราวน์ซะมากกว่า

Bypass
กรองเพื่อไม่ยอมให้ผ่าน เมื่อต่อคร่อมไฟกับกราวน์ก็คือการกรองทิ้งลงกราวน์

Band Pass Filter
กรองเฉพะช่วงความถี่ที่ต้องการ เป็นการกรองแบบละเอียดขึ้น
– ถ้าต่อกับกราวน์ คือ กรองทิ้ง
– ถ้าต่อคั่นระหว่างวงจร2ส่วน คือ Couplingแบบยอมให้ผ่านเฉพาะบางช่วงความถี่

ทำ2หน้าที่ Signal Coupling & DC Block
Signal Coupling (AC voltage) ( โวลท์ไม่คงที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา = ผ่านได้เฉพาะสัญญาณเสียง )
ยอมให้เฉพาะไฟสลับ จากเอ้าท์พุทของDAC ผ่าน ไปเข้าอินพุทของออปแอมป์

DC Block (DC voltage) ( โวลท์คงที่, ระดับไฟไม่มีมีการเปลี่ยนแปลง = มีไฟตรงรั่วเข้ามาในทางเดินสัญญาณเสียง )
ป้องกันไม่ให้ไฟตรงจากเอ้าท์พุทของDAC ผ่านไปเข้าอินพุทของออปแอมป์

…………………………………………………………….

ขาย Capacitor Nippon

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/558754-%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2-headamp-%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A1-opamp-LF412ACN-439-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87

……………………………………………………………

NIPPON CHEMI-CON 220UF 50V KZE ULTRA LOW IMPEDANCE ตัวเก็บประจุ

http://www.elechunter.com/product.php?id_product=101

………………………………………………………….

มหากาพย์ 6DJ8

http://www.thaidiyaudio.net/index.php?topic=5212.0

……………………………………………………………

short input digital ด้วย75ohm ฟังออกแฮะ  ก็เลยมี RCA jack ที่ต่อ R75 ohm คร่อมอยู่ที่หลัง CD อยู่เรื่อยๆ

………………………………………………………….

Preamp ประหยัดไฟ

http://myoss.multiply.com/journal/item/3

…………………………………………………………….

headphone amplifier

http://www.electronics-lab.com/blog/?p=1827

…………………………………………………………..

เครื่องป้องกันลำโพงมืออาชีพ#

http://www.docstoc.com/docs/25162720/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E#

…………………………………………………………..

โปรเจคย้อนยุค LM3886 ครับ

http://www.htg2.net/index.php?topic=24622.0

3875 แบบโหดๆ..ผมลองแล้ว..ดีครับ.

http://www.htg2.net/index.php?topic=42228.50

…………………………………………………………….

ตัววงจรที่ใช้
จากการตามแกะวงจรจากรูปถ่าย รวมกับข้อมูลจากเวปต่างๆ สรุปได้ว่าเป็นวงจรแบบ Non-inv จัดเกนการขยายไว้ที 33 เท่า ภาคอินพุตเป็น Step atten 12 ตำแหน่ง ส่วนทางเอาต์พุตมีสวิตช์ Mute สำหรับตัดต่อสัญญาณที่จะส่งไปที่ขั้วลำโพง อ้างอิงวงจรตามลิงค์ (ค่า Ri = 680 Ohm นะครับ) http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=435.msg12472#msg12472

ตัว IC ที่ใช้
เป็น LM3875TF ตัวถัง Isolate ของ NS มีการตัดขา 2,5,6,9,10 ทิ้ง ส่วนขา 11 ถูกนำไปต่อเข้ากับไฟลบ ….. เนื่องจากวงจรที่ใช้เป็นแบบ Non-inv ทำให้ต้องเลือก IC คุณภาพดีมาใช้ โดยเฉพาะค่า Input offset voltage ซึ่งจะมีผลกระทบกับแรงดัน DC ที่เอาต์พุตของแอมป์ (ไอซีตัวเจ๋งๆ จะมีไฟ DC ที่เอาต์พุตต่ำกว่า 3mV ยอมรับได้ไม่เกิน 100mV)

C-supply filter
เป็นตัวแปรหลักในการทำหนดแนวเสียง ค่า 1000uF ให้เสียงที่กระฉับกระเฉงที่สุด ค่า 2200uF ให้พลังออกมาดี ใช้ค่าสูงกว่านี้เสียงเริ่มเฉื่อย นอกจากนี้ยี่ห้อและรุ่นของซีก็มีผลต่อเสียงอย่างมากเช่นกัน ผมขอสรุปรวมๆ ให้ตามยี่ห้อ ส่วนรุ่นนั้นขอให้ไปต่อยอดกันดู (ผมไม่ได้กั๊กนะครับ ตัวที่ผมเอามาเทสบางตัวเลิกผลิตไม่มีขาย ขืนให้ไป เดี๋ยวไปเจอซีเก่าค่าแห้งขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสีย) ถ้าชอบเสียงหนักแน่นก็ใช้รุ่นที่ Low impedance
-Elna เสียงฟังสบายไม่มีอะไรโดดเด่น กลางมีหมอกหนาหน่อย รายละเอียดไม่จะแจ้ง ถ้าจะทำไว้ฟังเพลินๆ ผมแนะนำให้จัด Elna ไปเลยครับ ตัวสีฟ้าราคาถูกและหาง่าย หรือจะข้ามไปใช้ Silmic ก็จะให้เสียงที่สว่างและชัดเจนขึ้นอีกขั้นนึง
-Nichicon โทนเสียงออกแนวเบสลึก กลางคมชัดสดใสและเคลียร์ แหลมเปิด แต่ปลายเสียงบางรุ่นไม่ค่อยละเอียดเท่าไร ฟังรวมๆ กลางแหลมจะติดบางหน่อยๆ ไม่อวบเหมือน Elna ถ้าได้ตัว Muse FA สีทอง เบสจะใหญ่กว่ารุ่นอื่น แต่ถ้าเป็น Muse KZ เบสจะลึก ถ้าชอบชัดแน่นลึกก็ต้อง HE  ……. เล่นยี่ห้อนี้จะได้ความใสและชัดเจน แต่ก็ต้องเสียความอวบอิ่มไปบางส่วน
-Nippon โทนเสียงสมดุลย์ดี ตั้งแต่เบสจนถึงปลายแหลม มีเนื้อมีหนัง เบสตอนล่าง กับความใสย่านเสียงกลางแหลมเป็นรอง Nichicon แต่ย่านอื่นลงตัวหมด ถ้าได้รุ่นที่เป็น Low impedance จะช่วยเสริมฐานเบสได้ดีขึ้นแต่ก็ต้องเสียความอวบอิ่มไปนิดหน่อย
-Rubycon ยี่ห้อนี้ต้องลองเป็นรุ่นๆ ไปครับ ผมลอง YK แล้วสู้ Nichicon ธรรมดาไม่ได้ (อันนี้แล้วแต่คนชอบนะครับ) เสียงมันเกร็งกว่า แต่กับรุ่นตัวสีฟ้า 105 องศากลับให้เสียงที่น่าฟังกว่ามาก ….. มีผู้ใหญ่ท่านนึงแนะนำว่าถ้าจะเล่นยี่ห้อนี้ไปลองหา Blackgate แล้วจะลืมซีทุกตัว แต่มันแพงและหายากมากครับ
-Pana ผมว่าตัว FC ให้เสียงที่อวบน่าฟังดี กลางแหลมสดใสใช้ได้เลย ติดที่ว่าเบิร์นอินแล้วมันไม่นิ่งเบสมันยวบๆ บอกไม่ถูก แต่พอเป็น FM เสียงเบสโอเค แต่เนื้อเสียงมันไม่อวบ ส่วนรุ่นธรรมดา เสียงก็ใช้ได้
-Samwha กลางไม่ค่อยเด่น แต่ได้ความใสและชั้นดนตรี ผมลองตัว 1000/100V เสียงกลางจะออกโปรงใสกว่าตัวอื่นๆ ปลายแหลมออกเรียวไปนิด ถ้าใช้กับลำโพงที่ไม่ขี้ฟ้องมากจะไม่ค่อยรู้สึกครับ

C-input
มีผลต่อเสียงใกล้ๆ กับ C-filter ผมลองชนิด Electro มาหลายตัวหลายยี่ห้อ พบว่าเสียงที่ออกมาเล็กและเรียว ชิ้นดนตรีมีขนาดเล็กลงกว่าที่เคยได้ยิน สุดท้ายจบลงด้วยดีกับ C-Polypropylene ยี่ห้อ SCR ให้ดุลย์เสียงที่ใช้ได้เลย ยี่ห้อ ASC ได้ความสดใสเพิ่มเข้ามา …… ซีตัวนี้เลือกจ่ายกันไปตามกำลังทรัพย์นะครับ

Resistor
R ในวงจรนี้มีผลต่อเกรนของเนื้อเสียงและความสว่าง ถ้าลำโพงที่ใช้ไม่ถึงก็จะฟังยาก
-Rf 22k ตัวนี้ถ้าใช้ Metal film ของ Royal เสียงจะออกคมและเรียว แต่ถ้าเป็น Dale เสียงจะไม่เรียวแต่จะออกโทนสว่าง สุดท้ายผมใช้ Carbon 5% 1/8W ของ Royal บัดกรีติดกับขา IC เนื้อเสียงฟังสบายดี
-Rg 680 Ohm ถ้าใช้ Carbon โทนเสียงจะอุ่น ถ้าใช้ Metal film เสียงจะสดใส เลือกตามสไตล์ที่ชอบครับ
-Ri 22k ผมว่า Dale ให้เสียงที่ชัดเจนดี แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากก็ carbon 5% 1/2W
-Rz 10 Ohm ถ้าเลือกได้ก็ใช้ Metal oxide หรือจะใช้ carbon 5% 1/2W ไปเลยก็ได้

Diode
ผมลองพวก Fast recovery อย่าง  MUR, MR ของ ON เสียงก็มีรายละเอียดและต่อเนื่องดี แต่ผมชอบเสียงไดโอดเม็ดถั่วพวก byv มากว่า เสียงดนตรีที่ออกมาอิสระกว่า ส่วนไดโอด Rectifier ธรรมดาลองแล้ว (ทั้งตัวเดี่ยวและบริดจ์ตัวใหญ่) ความมันในอารมณ์สู้พวก Fast ไม่ได้ครับ …… จุดนี้ลองเล่นกันได้ครับ

หม้อแปลง
หม้อแปลงมีผลพอสมควร เทอรอยด์บางตัวให้เสียงที่ไม่น่าฟังออกอั้นๆ ก็มี แต่บางตัวก็ผ่าน แต่กับ EI ตลาดๆ อย่าง VRK 24-0-24 5A เสียงใช้ได้เลย EI ยี่ห้อ BS ก็ใช้ได้ (แต่ตัวของผมมันร้อนหน่อยๆ) ลองกับ C-core ของ TRON ก็ให้เสียงที่ดีไม่อั้น   ……… ใจผมชอบหม้อแปลง EI ครับ

Volume
โวลลุ่มของเกนโคลนมีผลต่อเสียงพอสมควรครับ ทั้งค่าและชนิด ผมเอาของ Alpha มาลอง พบว่าค่า 20k ให้ดุลย์เสียงดีสุด …ค่าต่ำ กลางจะสว่าง ค่าสูง รายละเอียดจะจม (10k, 20k, 50k, 100k)
กรณีของ Step atten ผมลองที่ 24 step R-dale ค่า 100k ให้เสียงที่ชัดและใสกว่า Alpha ทุกค่า จากข้อมูลที่เทสไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าได้ Step atten ดีๆ ที่ค่าแถวๆ 20-30k เสียงควรจะออกมาดีกว่าค่า 100k

ตัวกล่อง
IC LM3875TF ขณะตอนที่ร้อน เสียงออกมาจะสว่างและให้รายละเอียดที่ดี ถ้าจะทำเพื่อฟังแบบสุดๆ ก็ต้องใช้กล่องและแผ่นระบายความร้อนที่ไม่ต้องใหญ่มาก เพื่อให้อุณหภูมิที่ตัวเครื่องนั้นสูงสักหน่อย ….. ใจผมไม่อยากให้ร้อนเกิน 60 องศา เพราะเป็นห่วงอายุการใช้งานของไอซี ……. แต่ถ้าหากทำเพื่อฟังผ่อนคลายละก็ เลือกแผ่นระบายความร้อนใหญ่ๆ หน่อยให้อุณหภูมิตอนทำงานอยู่แถวๆ 40 องศา กำลังดีครับ
ส่วนเรื่องตัวกล่อง ผมแนะนำกล่องอลูมิเนียม เนื่องจากเท่าที่เล่น LM3875 ครั้งนี้รู้สึกว่าเสียงมันเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าใกล้สนามแม่เหล็กอย่างที่หม้อแปลงปล่อยออกมา ถ้าจะให้ดีก็แยกผม้อแปลงกับแผงวงจรคนละกล่องไปเลยครับ

เครดิต…sansirn

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=435.msg17284#msg17284

………………………………………………………….

Ohm’s Law / Watt’s Law calculator

http://www.crownaudio.com/apps_htm/designtools/ohms-law.htm

……………………………………………………………

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/668882-%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%8A%E0%B8%B0….%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-quot-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%8A%E0%B8%87-quot-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2/page130


R,Cคร่อมสวิทช์ หรือ จะใช้Cตัวเดียว(ไม่ต้องมีR) ค่าความจุต้องลองในช่วง0.047-0.1uF
ถ้าหาCชนิดX1หรือX1/Y2ไม่ได้ จะใช้Cฟิลม์ธรรมดาแทนก็ได้ แต่ต้องมีค่าทนไฟ400VDCขึ้นไป ปรกติจะใช้ค่า630VDC

อ้างอิง ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ManiacMaew
ชนิดxก็ดี ชนิดYพังแล้วมันจะช็อต

CชนิดX มี2แบบ X1กับX2 / คร่อมสวิทช์ต้องใช้ชนิดX1 แต่บ้านเราไม่มีขายนานแล้ว
CชนิดY2 บางตัวผลิตมาแบบใช้เป็นโหมดX1ก็ได้Yก็ได้
— CชนิดY ไม่ช็อทน่ะ ถ้าเสียคือขาด / ชนิดแทนทาลั่ม ถึงจะเสียแล้วช็อท –

…………………………………………………………..

โปรเจคย้อนยุค LM3886 ครับ

http://www.htg2.net/index.php?topic=24622.50

………………………………………………………….

Pre Pre Pre แล้วก็ Pre คนบ้าทำแต่ Preamp

http://www.htg2.net/index.php?topic=37789.0%3Bprev_next=next

…………………………………………………………..

GainClone เวอร์ชั่นเสมือน……

http://www.diyaudiovillage.net/index.php?topic=724.msg17466#msg17466

………………………………………………………….

daniel_ks-vista-support-pack-3-1-dts

http://nomoregoatsoup.wordpress.com/2009/09/06/daniel_ks-vista-support-pack-3-1-dts-switcher/

http://www.mediafire.com/?gyrztmncv4z

…………………………………………………………..

LM3886 Overture Audio Power Amp ที่ยังมีคนกล่าวถึงกันไม่หยุดหย่อน

http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,5359.0.html

…………………………………………………….

Miss Thailand Interconnect

http://www.audio-teams.com/accessories/missThailand/1.shtml

http://www.audio-teams.com/accessories/missThailand2/1.shtml

……………………………………………………………


INTEGRATED STEREO AMPLIFIER

รุป amp สวย…..  สวย……

http://www.homebuilthifi.com/project/51

…………………………………………………………….

โปรเจคย้อนยุค LM3886 ครับ

http://www.htg2.net/index.php?topic=24622.0

…………………………………………………………..

กระทู้นี้ไม่มีหลอด : Balanced Pre-Power(CCS-X-BZLS กับ Balanced Gainclone)

http://www.htg2.net/index.php?topic=43787.0

……………………………………………………….

gainclone step by step

http://www.htg2.net/index.php?topic=8310.0

……………………………………………………………………..

http://www.teerawatj.com/webboard/index.php?topic=63.0

การเดินระบบไฟใหม่สำหรับชุดโฮมเธียเตอร์ (สำหรับมือใหม่)

……………………………………….

…..cmoy – pocket headphone amp……..

http://www.kaponk.com/node/1

………………………………………..

อ่านจากตรงนี้ต่อ
http://www.x-tap.com/view/XFIH-006
http://www.x-tap.com/manual/
จะเห็นว่าฝรั่งโม้ไว้ว่าใช้ได้ทั้งaudigy – x-fi

……………………………………….

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/580216-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99-opamp-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-X-Fi-Xtreme-music-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%B0/page58

………………………………………

เครื่องเสียงออดิโอและ Home-Theater

http://www.audyn.org/

……………………………………….

Breake….

ขาย  Square-D (EasyPact)EZD100H 2P : 30 kA (EZD100H2100)

http://www.telepart.net/%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8CSIEMENS.html

…………………………………

หัวข้อ: รวบรวม accessories 2 ที่เกี่ยวกับสายไฟ+หัวปลัก +วัสดุรองเครื่อง เพิ่ม Fuse

http://www.htg2.net/index.php?topic=1275.0

http://www.htg2.net/index.php?topic=1324.0

…………………………………………………………………………………………………….


ลองดู NATIONAL WIDE SERIES ราคาตัวละประมาณ 150 บาท หรือ american denki
ราคาถูกต้องแล้ว ประมาณ 190 บาท บาทแถววัดตึก แล้วนำไปชุบทองแถวหลังกระทรวง ค่าชุบตัวละประมาณ 20-30 บาท แกะเอาเฉพาะตัวนำไป ข้างในจะมี 3 ตัว line neutral ground หรือจะชุบเงิน ชุบนาก ชุบนิกเกิ้ล เอามาลองดูก็ได้ ร้านเขาทำได้หมด ถ้าไม่พอใจจะชุบเงินตามทอง หรือทองตามเงิน หรือเอาทอง2 เงิน1 เป็นหลายชั้นแบบ cardas ลองดูได้ราคาไม่แพง ถ้าอยากทดลอง ขั้ว line กับ neutral ใช้ชุบคนละอย่างก็ยังได้ อาจจะ line เป็นทอง neutral เป็นเงินก็ได้ โดยมากแล้วผมสังเกตุว่าเสียงจะขึ้นกับขั้ว neutral มากกว่า line ส่วนตัวผมชอบชุบทอง ชุบมาแล้วเสียงดีขึ้นมาก เลยชุบทั้งบ้านเลย แต่จำชื่อร้านไม่ได้ ถ้าผ่านไปจะจดชื่อร้านมาให้

………………………………………..

ปลั๊กลอย Hi-Fi Plug จาก “ เดอะหั่ง ” เจ้าเก่า

http://www.audio-teams.com/accessories/play_fire/2.shtml

………………………………………

สายลำโพงกับหัว Banana และ Spade ครับ

http://www.htg2.net/index.php?topic=47485.0

……………….

http://colomar.com/Shavano/4speaker.html

…………………………….

แต่ตู้ลำโพงมี 4 แบบครับ

http://www.caraudio-club.com/webboard/forum.php?mod=viewthread&tid=12735

…………………………….

ใครรู้จักลำโพงยี่ห้อ seas บ้างครับ

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=29359

……………………..

ตู้ลำโพง Full Range 5″ แบบ Bass Reflex

http://www.hobbyhours.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=494117&Ntype=1

…………………………………………

รวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้

http://www.htg2.net/index.php?topic=1275.0

http://www.revolutionpower.com/p/ISOCLEAN+RF+Isolators+AC+Outlet+Caps/244/

……………………………………………

“เรื่องสายไฟห้องฟังเพลง”

http://www.audio-teams.com/webboard/?ca1=16&id=21118

…………………………………………

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/676962-แต่งเสียง-เปลี่ยนสาย-อินเอียร์ไม

……………………………………………………………………. . . . . . . รวบรวมข้อมูลโดยคร่าวๆ เกี่ยวกับ Sound Card หลายๆ ตัวที่ยังมีผู้นิยมหามาใช้งานในปัจจุบัน

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/1027580-ว่ากันด้วยเรื่อง-Sound-Card

คนรักสาย

http://www.cablephileonline.com/

……………………..

มาดูกันละเอียดๆว่า-Audigy-2-ZS-ธรรมดาๆ-กับ-OEM-Dell-ต่างกันยังไง

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/159693-Pic-มาดูกันละเอียดๆว่า-Audigy-2-ZS-ธรรมดาๆ-กับ-OEM-Dell-ต่างกันยังไง

OEM – Original Equipment Manufacturer จ้างให้บริบัทอื่นผลิตสินค้าให้โดยใช้แบรนด์ของเราเอง

………………………

This is only an official download mirror of the kX Project WDM Driver, located in the USA. For complete documentation visit the official site: http://www.kxproject.com/ or use the above links for more information.

http://kx-1.blogspot.com/2010/02/kx-driver.html

………………………

ASUS XONAR ESSENSE STX ค่า Mixer ค่า Left Right ปรับให้เต็ม, Volume 100, Main PCM 44.1Khz ไดรเวอร์แนะนำ ตัวล่าสุด เสียงถูกต้องครบถ้วน, 6.12.8.1756-RC01 เสียงจะหวานมาก

………………….

ลำโพงเก๋า….เก่า

http://www.audiodiyclub.net/index.php/topic,1246.0.html

……………..

TEST

http://www.audiodiyclub.net/index.php/topic,1246.90.html

……………..

Socket IC 8 Pins Gold

http://ppnresource.tarad.com/product.detail_736071_th_3557069

บริษัท พี.พี.เอ็น. รีซอร์ส จำกัด 47-51 บ้านหม้อพลาซาร์2 ซอยทิพย์วารีย์ ถนนบ้านหม้อ

แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ไทย โทรศัพท์: 02-6239340 แฟกซ์: 02-6239341 มือถือ: 081-3000991

…………………

a simple guide to opamp สอนความรู้ opamp แบบบ้านๆ

http://wanball.blogspot.com/2010/06/simple-guide-to-opamp-opamp.html

…………………………
FIRST POPULAR ELECTRONICS

http://www.thaiaudioclub.net/board/index.php?topic=2338.0

…………………………….

หม้อแปลง…….

นื่เรย แสงทอง

http://www.str2494.com/

………………………………………

เปรียบเทียบเสียง Op-amp แต่ละเบอร์

http://www.headphoneresearch.com/forum/index.php?topic=2826.0

………………………………………….

Panlop Speaker Box,( man_carpenter ) รับทำตู้ลำโพงตามแบบ.ซ่อมตู้ลำโพง.ขาตั้งตู้ลำโพง.กล่องแอมป์.ชั้นวางเครื่องเสียง

http://panlopspeakerbox.blogspot.com/

…………………..

ไทยนิยมการช่าง ทำตู้ลำโพงจากไม้อัด

024133311

…………………………..

มาทำสายไฟ AC ใช้เองกัน!!!

http://www.headphoneresearch.com/forum/index.php?topic=969.0

สายเพื่อ ammchor’s Heed ราคาประหยัด

http://www.headphoneresearch.com/forum/index.php?topic=286.0

http://forum.thaidvd.net/index.php?showtopic=83644

……………………………………………………………………………

ลำโพง f

http://ichinose.tblog.jp/?search=%B6%E2%A5%E1%A5%C3%A5%AD

………………………………………………………………………….

iPod classic用 dock RCA

http://shiroiharu.blog.eonet.jp/audhio/cat5549615/

……………………………………………..

มาทำ Front Panel Headphone amp

http://www.headphoneresearch.com/forum/index.php?topic=4400.0

………………………………………

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/668672-มาทำ-Front-Panel-Headphone-amp-ให้กับ-computer-กันดีกว่า

……………………………….

ราคาต่างกันพอสมควร คุณภาพย่อมต่างกันพอสมควร สายไฟทั้งสามเส้น ถือเป็นสายไฟที่มีคุณภาพเสียงเมื่อเทียบต่อราคาแล้วเข้าข่าย ‘คุ้มค่า’ ทั้งสามเส้น

JPS ที่มีราคาจำหน่ายต่ำที่สุดในกลุ่ม แต่คุณภาพเสียงที่มีเนื้อเสียงนุ่มนวล แน่นกระชับ ผสานกับไดนามิกที่เปิดกว้าง ตั้งแต่ทุ้มจรดปลายแหลม แจกแจงรายละเอียดเล็กๆน้อยออกมาอย่างพอดิบพอดี ทั้งยังมีทรวดทรงแน่ชัด เวทีเสียงเปิดกว้างทั้งแนวราบและแนวดิ่ง

Cardas ให้เนื้อเสียงที่อิ่มแน่น มีมวลเข้มข้นกว่า แต่เกรนเสียงที่ประณีตละเอียดอ่อน ละเมียดละไมดีมาก ประกอบกับพละกำลังแฝงที่หนักแน่น ให้ความใสรอบตัวโน้ตอยางเอกอุ แยกตัวเสียง บรรยากาศรอบตัวโน้ต หลุดลอยจากพื้นเสียงอย่างน่าทึ่ง รูปวงสมดุลทั้งกว้างและลึก โดยเฉพาะบรรยากาศและความคมชัดในส่วนที่ลึกร่นไปชนขอบเวทีด้านหลัง สายไฟน้อยเส้นที่จะทำได้ระดับนี้ แม้บางเส้นจะมีราคาค่าตัวสูงกว่าก็ตาม

Hovland นั้นจะให้สำเนียงไปคนละทิศกับ Cardas เปิดเผย กระจ่างแจ้ง มวลเสียงที่กระชับ รวบรัดอัดแน่นเป็นตัวตน ให้ความชัดคมแม่นยำอย่างเด็ดขาด ที่สำคัญคือ สรรพเสียงที่ผ่านสายไฟเส้นนี้ ราวกับมีพละกำลังเพิ่มพูนขึ้นอีกระดับ ท่าทีที่ดำเนินไป เปี่ยมด้วยพลังแฝง สำแดงศักยภาพด้านไดนามิกชนิดครบเครื่อง ทั้งไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างขวาง และไดนามิกคอนทราสต์ที่ละเอียดยิบย่อย ไม่ว่าจะเป็นส่วนภาพรวม (แม็คโครไดนามิก) หรือในส่วนปลีกย่อย (ไมโครไดนามิก) รูปวงที่โอ่อ่า อลังการ แผขยายออกชนิดเต็มพื้นที่ห้องฟัง เป็นเนื้อหาสาระที่ไม่อาจมองข้ามไปได้โดยง่าย

ทั้งสามเส้น ผมยังไม่ถือว่าเป็น ‘สุดยอดสายไฟ’ ที่คุณถามถึงนะครับ แล้วผมก็ยังไม่รู้ว่า เราจะนิยามคำๆนี้ไว้อย่างไรดี ตราบเท่าที่วันนี้ยังมีผู้ผลิตสายไฟตบเท้าเข้าคิวเปิดตัวเทคนิคการออกแบบสายไฟของตน ตราบนั้น ที่สุดของสายไฟคงยังเป็นเพียงอุดมคติในความเห็นของผม

ไม่มีสุดยอดยานยนต์ ไม่มีสุดยอดเครื่องเสียง ไม่มีสุดยอดลำโพง เพราะถ้ามี นั่นคือจุดสิ้นสุดของวิวัฒนาการ

ผมทำได้ดีที่สุดในหน้าที่ของผม คือจำแนกความแตกต่างของสายไฟทั้งสามเส้น เกินจากนี้ เป้นหน้าที่ของคุณที่จะพิจารณาเลือกหาลิ่งที่เหมาะสมกับคุณและชุดเครื่องเสียงของคุณ

จงเลือก ‘เพราะใช่’ มิใช่ ‘เพราะชอบ’

…………………………………………..

http://store.haveinc.com/p-49637-canare-gs-4-instrument-cable-coax-22awg-oxygen-free-cut.aspx

……………………………….

DYNACOM – Balanced Signal Microphone Cable

………………………………………………………………

Super-8 Introduction

http://www.vt4c.com/shop/program/main.php?cat_id=1009&group_id=9&hit_cat=

……………………………….

Scoobidoo where are you …

http://www.platenspeler.com/diy/cabling/uk_scoobidoo_1.html

……………………………….

ข้อมือหนังถัก กลมๆ

http://www.beadthai.org/diy/braclet-from-cord.html

………………………………

ชนิด 4, 6, 8 ตามลำดับ

http://www.htg2.net/index.php?topic=13055.0

……………………….

Line Preamp Hi-End Version ศรีราชา Final แล้วครับ

http://piyanas.com/forum/index.php?topic=2689.15

…………………………

ถ้าไอซีไปที่นี่เลย เพียบ !!! http://www.wt.co.th/
ถ้าตัว R ตัว C ต้องตะเวนเอาที่บ้านหม้อ หลักๆผมก็ไปที่ มาสเตอร์คอมโปรแน้นท์,PPN RESOURCE,ป็อปปูล่าคอมโปรแน้นท์
ร้านใต้บันได และแผงลอยอื่นๆอีก npe เป็นบางครั้ง ไพศาลบ้างบางที

…………………………………………..

เปิดจองซื้อ แผ่น PCB LM3886

http://www.thaidiyaudio.net/index.php/topic,5525.0.html

………………………………..

http://www.siam-audiophile.com/shop/cms.php?id_cms=10

Capacitor Review

Cross-Cap

ถึงแม้จะเป็นรุ่นเล็กจาก Jantzen Audio แต่ก็ทำในยุโรปแท้ๆ Cross cap ผลิตใช้ ZnAl-metalized Polypropylene (PP) foil จากประเทศฟินแลนด์ เป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดของ Jantzen Audio แนวเสียงออกสด ชัด ให้รายละเอียดได้มากกว่า cap อีกหลายๆตัวในระดับราคาเดียวกัน (Superior Z-cap ให้รายละเอียดดีกว่าพอสมควร แต่ราคาก็สูงกว่ามากเช่นกัน) แนวเสียงไม่เอนไปในทางใดทางหนึ่งมากจนเกินไป ทำให้เข้ากันกันได้ดีกับดนตรีทุกแนว ขนาดกระทัดรัด ติดตั้งง่าย ใช้งานได้หลากหลาย

เนื่องจาก Cross-cap มีค่าที่ผลิตสูงถึง 330uf ทำให้นอกจากจะสามารถใช้เป็น Hi Pass Filter ที่”คุ้มค่า” สำหรับ ลำโพง Mid-range หรือ Tweeter แล้ว ยังสามารถใช้เป็น Zobel network, Notch Filter หรือ By-pass cap สำหรับลำโพง Mid bass หรือ Woofer ระดับ “Premium” ได้อีกด้วย ทางเราได้มีการทดลองใช้ Cross cap 47uf และ 100uf เปรียบเทียบกับ Bi-polar Electrolytic Cap ออดิโอเกรดแบรนด์ดังหลายๆยี่ห้อ แล้วพบกว่า Cross cap ให้เสียงที่ดีกว่ามาก

Jantzen Audio ได้ออกแบบ Cross cap ให้ทนแรงดันไฟฟ้าที่ต่ำกว่ารุ่นอื่นๆ คือแค่ 400v ซึ่งทำให้ Cross cap มีขนาดค่อนข้างเล็ก (ซึ่งจริงๆแล้วเพียงพอกับการใช้งานทั่วไปเกือบทั้งหมดแล้ว) เป็นข้อดีที่สำคัญ คือสามารถนำไปใช้เปลี่ยนเพื่ออัพเกรดแทน Electrolytic Cap ที่ใช้สำหรับ Coupling สัญญาณในเครื่อง commercial ทั่วๆไปที่

มีพื้นที่จำกัดได้ง่าย

Obbligato Copper Case

Cap ที่โด่งดังในวงการ DIY ตัวนึง เป็นตัวสร้างชื่อให้กับ Obbligato ตั้งแต่สมัยที่เป็นปลอกพลาสติกสีดำ ภายหลังได้ปรับปรุงปลอกหุ้มด้านนอกเป็นทองแดงเพื่อการป้องกันการรบกวนจากภายนอกที่ดีกว่า การออกแบบจะเป็นแนวดิบๆแบบ DIY คือตัดท่อทองแดงมาทำปลอกหุ้มเลย และสกรีนค่าแบบเรียบๆด้วย ink-jet ให้ความรู้สึกว่าเป็นงาน DIY จริงๆ

Obbligato Copper case จะมีจุดเด่นอยู่ที่รายละเอียดของเสียงกลาง ให้เสียงร้องที่อิ่ม หนา เอาใจหู เรียกว่ามีการปรุงแต่ง (coloration) ของเสียงกลางอยู่พอสมควร เสียงดนตรีที่ลื่นไหลฟังสบาย เสียงจากเครื่องดนตรีที่ให้ความถี่สูงแม้จะไม่ชัดเท่ากับ Obbligato Gold หรือทอดยาวกังวาน เหมือน Jantzen Silver Z-cap แต่ไม่ถึงกับอับทึบ เหมาะกับระบบที่ของเดิมเสียงออกบาง แข็ง เสียงร้องขาดน้ำหนัก คนที่ชอบฟังเพลงแบบผ่อนคลาย หรือคนที่ชอบเสียงสไตล์วินเทจ

Obbligato Premium Gold


Cap รุ่นใหม่ของ Obbligato ที่พัฒนาต่อจากรุ่นแรก (สีดำก่อนปรับเป็น Copper case) โดยมีการเลือกใช้วัสดุเทคโนโลยีการผลิตที่ดีกว่า เช่น PP-film เกรดสูง, ปลอกหุ้มแบบ non-magnetic สีทองอร่าม และพิมพ์ค่าด้วยการยิงเลเซอร์ลงบนผิวโดยตรง

เมื่อเทียบกับ Copper Case แล้ว Obbligato Gold จะให้รายละเอียดที่ชัดเจน ดนตรีจะมีความจริงจังมากกว่า เนื้อเสียงจะบางกว่าเล็กน้อยแต่ไม่ขาดน้ำหนัก (สมจริงกว่า) มีการปรุงแต่งเสียงเล็กน้อยในทุกๆย่านความถี่ ทำให้ Tonal Balance ดีกว่า และไม่อ่อนไหวกับระบบ คุณภาพของการบันทึกเสียง หรือแนวเพลงมาก สามารถใช้งานได้หลากหลาย เหมาะกับใช้อัพเกรดในระบบที่ของเดิมลงตัว คือมี Tonal Balance ดีอยู่แล้ว แต่ต้องการรายละเอียดที่เพิ่มขึ้นจากเดิม

Obbligato Film Oil

แนวเสียง ออกสด ชัด เสียงโปร่ง รายละเอียดถือว่าทำได้ดีในระดับราคานี้ แต่เนื่องจากทนแรงดันไฟฟ้าได้สูงถึง 630v และบรรจุในน้ำมันจึงทำให้มีขนาดใหญ่มาก ไม่หมาะกับการนำมาใช้ในงานลำโพงเท่าไหร่ แต่เมื่อนำมาใช้ในงาน DIY แอมป์หลอดที่สามารถออกแบบให้มีพื้นที่เพียงพอ จะให้เสียงที่ดีกว่า Electrolytic cap ชนิดบรรจุน้ำมันทั่วๆไปที่นิยมใช้กัน ทางร้านจึงสต๊อกเฉพาะค่าที่หมาะกับการนำไปใช้ในแอมป์หลอดเป็นหลัก

Superior Z-cap

Z-cap ทุกรุ่นจะใช้เทคนิคการผลิตพิเศษในการพันฟอล์ยเพื่อให้มีค่า inductance ต่ำที่สุดและรายละเอียดที่ดีที่สุด วิธีการนี้จำเป็นต้องใช้วัสดุในการผลิตเป็นสองเท่าของวิธีการผลิตตัวเก็บประจุทั่วไป นอกจากต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าแล้ว ยังมีขนาดใหญ่กว่าอีกด้วย วิธีการผลิตแบบนี้จะพบได้ในตัวเก็บประจุชนิด Audio-grade ระดับสูงเท่านั้น เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ขาของ Superior Z-cap จะทำจากทองแดง ความบริสุทธิ์สูงด้วยเช่นกัน

จุดเด่นของ Superior Z-cap อยู่ที่นิ่ง สงัด กลมกลืน ทำให้เวทีลึก และโฟกัสของชิ้นดนตรีต่างๆชัดเจน รายละเอียดจะใกล้เคียงกับ Obbligato Gold แต่เสียงออกแนวสุภาพ และผ่อนปรนมากกว่า Tonal balance ดี แนวเสียงเป็นกลาง ไม่ปรุงแต่งให้แนวเสียงโดยรวมของระบบเปลี่ยนไป ไม่ขี้ฟ้องหรืออ่อนไหวต่อระบบมาก จึงเหมาะกับระบบที่ใช้งานหลากหลาย ฟังเพลงทุกแนว

Silver Z-cap

Jantzen Silver Z-cap  ใช้เทคนิคพิเศษในการผลิตเช่นเดียวกับ Superior Z-cap ร่วมกับการเลือกใช้วัสดุชั้นดี อย่างพิถีพิถัน แม้กระทั่งขาสำหรับบัดกรีก็ทำจากเงินแท้ๆ ไม่ใช่แค่”ชุบเงิน” หรือ”ชุบนิกเกิ้ล” สีเงินที่มักจะเรียกกันติดปากว่าชุบเงิน

ด้วยความที่เป็นเงินแท้ขาสำหรับบัดกรีจะเกิดเป็นออกไซด์บางๆสีดำได้ง่ายหลังจากใช้งานเช่นเดียวกับสายลำโพงและสายสัญญาณที่ทำจากเงินแท้ การใส่ท่อหดไว้ที่โคนขาช่วงที่ไม่ได้ใช้บัดกรีจะช่วยลดการเกิดออกไซด์ในบริเวณดังกล่าวลงได้โดยที่ไม่มีผลทางเสียง แค่ทำให้ดูดีในระยะยาว และสะดวกในกรณีต้องการย้ายไปใช้งานในตำแหน่งอื่นๆ

Jantzen Silver Z-cap มีจุดเด่นอยู่ที่รายละเอียด และเวที ตำแหน่งชิ้นดนตรีนิ่ง และชัดเจน Silver Z-cap จะให้รายละเอียดได้มากกว่า Superior Z-cap ขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะในย่านความถี่สูง สามารถให้รายละเอียดเสียงได้อย่างครบถ้วน หางเสียงทอดยาว กังวาน โดยที่เนื้อเสียงไม่บางหรือจัด แนวเสียงค่อนข้างเป็นกลาง มีการปรุงแต่งน้อยมาก

Silver Z-cap มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเรียกว่าเป็นตัวเก็บประจุระดับ Audiophile แต่เนื่องจากคุณสมบัติดังกล่าวก็ทำให้เกิดข้อเสียคือ ค่อนข้างขี้ฟ้อง หรือเลือกแผ่น ถ้าต้นทางดีก็จะแสดงรายละเอียดออกมาอย่างเต็มที่ ในขณะที่เมื่อต้นทางไม่ดีก็จะฟ้องออกมาเช่นกัน ดังนั้น Silver Z-cap จึงเหมาะสมกับนักฟังที่ใช้แผ่นที่บันทึกมาดีๆ หรือไฟล์เพลงที่คุณภาพดี ไม่ผ่านการบีบอัดมากกว่า นักเล่นที่เล่นจากไฟล์ที่ผ่านการบีบอัดเยอะๆอย่าง mp3

Silver Gold Z-cap

ฟอล์ยที่ใช้ในการผลิต Jantzen Silver/Gold ทำจากโลหะเงิน 99% ผสมกับทองคำอีก 1% ฉาบลงบน PP-film อย่างดีมีทั้งค่าเล็กที่ทนแรงดันไฟฟ้าได้สูงสำหรับใช้ในแอมป์หลอด และค่าใหญ่สำหรับงานลำโพง ที่จงใจออกแบบให้ทนแรงดันไฟฟ้าได้ต่ำกว่าเพื่อให้ขนาดไม่ใหญ่มากติดตั้งได้ง่าย

Jantzen Silver/Gold เป็นตัวเก็บประจุที่ให้รายละเอียดดีที่สุดในไลน์ Z-cap จุดเด่นคือ ใส สะอาด ชัด รายละเอียดออกมาครบถ้วนโดยที่ไม่ขาดความอิ่ม ฉ่ำ ของเสียงในทุกย่านความถี่ เสียงที่ได้จาก Jantzen Silver/Gold ปราศจากการปรุงแต่ง (coloration) โดยสิ้นเชิง ทำให้ใช้งานได้หลากหลาย ฟังได้ดีกับเพลงทุกแนว คอมเม้นท์สั้นๆในฐานะ DIYer คือ Jantzen Silver/Gold น่าจะเป็นตัวเก็บประจุที่อธิบายคำว่า “Best Cap is No Cap” ได้ดีที่สุด

สำหรับตัวสุดท้ายคงไม่บรรยายอะไรมากแต่ขอเชียร์อย่างออกนอกหน้าว่า “ดีที่สุด” แม้จะเทียบกับตัวเก็บประจุที่ราคาสูงกว่า

ถ้าระบบอื่นๆดีและลงตัวอยู่แล้ว และงบไม่ใช่ปัญหา ตัดสินใจได้โดยไม่ต้องลังเล

……………………………………….

JANTZEN CROSS-CAP

http://www.siam-audiophile.com/shop/product.php?id_product=15

………………………………

ROE 40v / 10,000 – 260 b.

………………………………

ทำ crossover network ร้านพี่เอก…แนะนำมา…

02- 873 – 3927

………………………………..

Digital Coupling Transmission

http://www.sounddac.com/index.php?option=com_content&view=frontpage&Itemid=80

……………………………………….

“มาทำสายดิจิตอลเส้นเดิมของคุณให้มีความสามารถทะลุขีดจำกัดด้วย

http://www.sounddac.com/index.php?option=com_content&view=article&id=71:2011-04-29-10-11-31&catid=41:2009-11-10-13-01-19&Itemid=81

…………………………………….

ตรงนี้คงต้องอธิบายการทำงานของ capacitor หรือที่เรียกย่อๆว่า cap กันก่อน
Capacitor (C) จะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้ แต่ความถี่ต่ำจะไม่ยอมให้ผ่านครับ C ตัวเล็กๆจะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้เพียงอย่างเดียว ส่วน C ตัวใหญ่จะยอมให้ช่วงความถี่ผ่านได้กว้างกว่าตัวเล็ก คือยอมให้ความถี่ต่ำลงมาผ่านได้ด้วย มันมีสูตรคำนวนครับว่า C ค่าเท่านี้ จะยอมให้ความถี่ต่ำถึงเท่าใดผ่านได้
Capacitor ที่เสียงดีมักมีราคาแพง โดยเฉพาะตัวใหญ่ๆจะแพงมาก แต่ก็ได้เสียงกลางแหลมที่ดีกว่า และด้วยราคาที่แพงนี่เองจึงเกิดมีการทำ bi-cap ขึ้นมาเพื่อการประหยัดแต่ยังได้ปลายแหลมที่ดีได้
การทำ bi-cap ก็คือการนำ C ตัวเล็กๆมาต่อขนานกับ C หลักๆที่เป็นทางผ่านเสียง โดยเฉพาะย่านเสียงสูง การต่อขนานจะเป็นการบวกค่าความจุของ C เข้าด้วยกันเช่น C 3.3 uF + C 0.1 uF จะกลายเป็น C 3.4 uF ครับ
ดังที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่า C ตัวเล็กสามารถให้เสียงสูงผ่านได้ การนำ C ตัวเล็กไปขนานก็เพื่อช่วยในการผ่านสัญญาณเสียงสูงครับ ซึ่งไปแก้ข้อด้อยของ C ราคาถูกที่มักผ่านความถี่สูงได้ไม่ดี เพราะ C ตัวเล็กคุณภาพดี มีราคาไม่แพง การทำ bi-cap จึงเป็นการประหยัดกว่าการเปลี่ยน C คุณภาพดีตัวใหญ่ทั้งตัวมากครับผม
อีกเหตุผลก็คือ C คุณภาพสูงมักมีค่าความจุไม่สูงมากนัก หากต้องการ C ค่าความจุเยอะๆก็ต้องหาตัวที่คุณภาพรองลงไปแล้วใช้ C คุณภาพสูงมาทำการ bi-cap เข้าไปแทน
นอกจาก bi-cap แล้วยังมี tri-cap อีก แต่ยังไงย่อมสู้ C คุณภาพสูงตัวเดียวไม่ได้ บางเสียงก็บอกว่าการทำ bi-cap อาจมีการทำงานไม่พร้อมเพรียงของ C ทั้งสองตัว โดยเฉพาะ C ที่ห่างชั้นกันมากๆ ซึ่งก็ไม่เป็นที่ชัดเจนเท่าไหร่ครับตรงนี้
อนึ่งการทำ bi-cap ต้องคำนึงถึงค่าความจุของ C ที่จะขนานลงไปด้วย เพราะการต่อขนานกันเป็นการทำให้ความจุโดยรวมเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ยึดที่ 1% ของ C ตัวหลัก แต่สามารถเพิ่มหรือลดลงกว่านี้ได้ แล้วแต่ตำแหน่งหน้าที่ของ C ตัวนั้นว่าต้องการความเที่ยงตรงของค่าความจุเพียงใด

……………………………………………………..

ขออนุญาต —>review C.coupling<—

http://www.htg2.net/index.php?topic=48787.0

……………………………………………………….

ร้านซ่อมลําโพง

http://www.thaiaudioclub.net/board/index.php?topic=3844.0

………………………………………………………

ตัวเก็บประจุชนิดต่าง ๆ

http://salamai.nara2.net/electronic/capacitor/capa1.htm

…………………………………………………….

ตรงนี้คงต้องอธิบายการทำงานของ capacitor หรือที่เรียกย่อๆว่า cap กันก่อน
Capacitor (C) จะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้ แต่ความถี่ต่ำจะไม่ยอมให้ผ่านครับ C ตัวเล็กๆจะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้เพียงอย่างเดียว ส่วน C ตัวใหญ่จะยอมให้ช่วงความถี่ผ่านได้กว้างกว่าตัวเล็ก คือยอมให้ความถี่ต่ำลงมาผ่านได้ด้วย มันมีสูตรคำนวนครับว่า C ค่าเท่านี้ จะยอมให้ความถี่ต่ำถึงเท่าใดผ่านได้
Capacitor ที่เสียงดีมักมีราคาแพง โดยเฉพาะตัวใหญ่ๆจะแพงมาก แต่ก็ได้เสียงกลางแหลมที่ดีกว่า และด้วยราคาที่แพงนี่เองจึงเกิดมีการทำ bi-cap ขึ้นมาเพื่อการประหยัดแต่ยังได้ปลายแหลมที่ดีได้
การทำ bi-cap ก็คือการนำ C ตัวเล็กๆมาต่อขนานกับ C หลักๆที่เป็นทางผ่านเสียง โดยเฉพาะย่านเสียงสูง การต่อขนานจะเป็นการบวกค่าความจุของ C เข้าด้วยกันเช่น C 3.3 uF + C 0.1 uF จะกลายเป็น C 3.4 uF ครับ
ดังที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่า C ตัวเล็กสามารถให้เสียงสูงผ่านได้ การนำ C ตัวเล็กไปขนานก็เพื่อช่วยในการผ่านสัญญาณเสียงสูงครับ ซึ่งไปแก้ข้อด้อยของ C ราคาถูกที่มักผ่านความถี่สูงได้ไม่ดี เพราะ C ตัวเล็กคุณภาพดี มีราคาไม่แพง การทำ bi-cap จึงเป็นการประหยัดกว่าการเปลี่ยน C คุณภาพดีตัวใหญ่ทั้งตัวมากครับผม
อีกเหตุผลก็คือ C คุณภาพสูงมักมีค่าความจุไม่สูงมากนัก หากต้องการ C ค่าความจุเยอะๆก็ต้องหาตัวที่คุณภาพรองลงไปแล้วใช้ C คุณภาพสูงมาทำการ bi-cap เข้าไปแทน
นอกจาก bi-cap แล้วยังมี tri-cap อีก แต่ยังไงย่อมสู้ C คุณภาพสูงตัวเดียวไม่ได้ บางเสียงก็บอกว่าการทำ bi-cap อาจมีการทำงานไม่พร้อมเพรียงของ C ทั้งสองตัว โดยเฉพาะ C ที่***งชั้นกันมากๆ ซึ่งก็ไม่เป็นที่ชัดเจนเท่าไหร่ครับตรงนี้
อนึ่งการทำ bi-cap ต้องคำนึงถึงค่าความจุของ C ที่จะขนานลงไปด้วย เพราะการต่อขนานกันเป็นการทำให้ความจุโดยรวมเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ยึดที่ 1% ของ C ตัวหลัก แต่สามารถเพิ่มหรือลดลงกว่านี้ได้ แล้วแต่ตำแหน่งหน้าที่ของ C ตัวนั้นว่าต้องการความเที่ยงตรงของค่าความจุเพียงใด

เครดิตจาก :http://archive.htg2.net/webboard2/view.php?No=22190

………………………………………………………

หา C Noise suppression ดี ๆ อย่างยี่ห้อ Okaya มาต่อคร่อมขั้ว L-N ของหม้อแปลงด้าน 220V
เผอิญผมไปแกะมาจากซาก ได้รุ่น RE 224 (0.22 uF / 275 VAC)

เสียงมันอวบขึ้น ไดมามิคดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด  เยี่ยม
ใครพอทราบแหล่งซื้อเจ้า Okaya บ้างครับ (เครื่องกรองไฟ Shunyata ราคาสามสี่หมื่นก็ใช้เหมือนกันนะครับ

…………………………………………………….

WIMA Metallized Paper (MP) RFI-Capacitors Class X2

PCM 10 mm to 27.5 mm

http://www.wima.com/EN/mp3x2.htm

http://www.es.co.th/search.asp?Word=METALLIZED+POLYPROPYLENE+FILM+CAP&PC=003020&Mode=2&tb=003020&stk=&pb=&view=&pic=checked

…………………………………………………..

ตัวเก็บประจุ/CAPACITOR

Sprague

http://www.elechunter.com/category.php?id_category=6

……………………………………………………

ทดสอบ Capacitor ทุกชนิด

http://www.htg2.net/index.php?topic=34756.0

……………………………………………………

รับ modify DVD และ CD player

http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/626566-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-modify-DVD-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-CD-player

…………………………………………………….

ช่วยแนะนำอุปกรณ์ C R อื่นๆหน่อยครับที่ได้คุณภาพ

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=cewmedia&topic=118

…………………………………………………….

ซ่อมลำโพง ลาดพร้าวสะพาน 2 โทร: 939-9512  เปิดทุกวัน 06-18.00 น.

……………………………………………….

 

 

Panlop Speaker Box ( man_carpenter )

รับทำตู้ลำโพงตามแบบ

รับซ่อมตู้ลำโพง ซ่อมสีตู้ลำโพง

ครับสนใจติดต่อ

Panlop_usuwan@yahoo.com

0859761416

แมน (man_carpenter)

http://panlopspeakerbox.blogspot.com/

……………………………………………..

ค่าส่งธรรมดา ไม่แพงครับ  แต่รอ 15 วันนะ

http://www.partsconnexion.com/cgi-bin/sc/order.cgi?fromid=order.cgi&storeid=*22b7773a75319eb9bbe89015d746857d4f2b0f&function=show&prevlocation=http://www.partsconnexion.com/contact.html&testcookie=on&ip=110.168.153.154

ALL MUSIC

Posted: February 10, 2011 in Uncategorized

CBR = Constant Bitrate ค่าบิทเรทคงที่
คุณภาพเสียงจะดีเมื่อตั้งค่าบิทเรทสูงๆ ตั้งแต่ 160KBps ขึ้นไป แต่ถ้าตั้งที่ 128KBps ลงมา คุณภาพเสียงจะสู้ ABR กับ VBR ไม่ได้

ABR = Average Bitrate ค่าบิทเรทแปรผัน แบบเฉลี่ย
ค่าบิทเรทจะแปรผันตามความซับซ้อนของคลื่นเสียง แต่ค่าบิทเรทจะแกว่งตัวใกล้เคียงกับค่าที่ตั้งไว้ เช่น ถ้าตั้งค่าไว้ที่ 128KBps ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 110 – 140 KBps ถ้าตั้งค่าบิทเรทต่ำ คุณภาพเสียงดีกว่า CBR เหมาะสำหรับเพลงออนไลน์ หรือใส่ในเครื่องเล่น Portable ขนาดไฟล์ที่แปลงแล้วใกล้เคียงกับไฟล์แบบ CBR

VBR = Variable bitrate ค่าบิทเรทแปรผัน แกว่งตัวช่วงกว้าง
ให้ค่าบิทเรทแปรผันช่วงกว้างกว่า ABR เช่น ถ้าตั้งค่าไว้ที่ 128KBps ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 96 – 160 KBps คุณภาพเสียงดีกว่า CBR และ ABR และขนาดไฟล์ที่แปลงแล้วก็ยังใกล้เคียงกับไฟล์แบบ CBR

CBR = constant bit rate
ใช้จำนวน bit คงที่ ในการเก็บรหัสเสียง
เช่น 320kbps CBR = 320 kilobits per second แปลว่า เพลง 1วินาที จะถูกบีบอัด และใช้เนื้อที่เก็บ เท่ากับ 320 kilobits ทุก ๆ วินาทีไปจนจบเพลง

VBR = variable bit rate
ใช้จำนวน bit ให้เหมาะสมกับวินาทีนั้น ๆ
เช่น VBR V0 (มีตั้งแต่ V10-V0 โดย V0 คือ highest quality) แปลว่า 1 วินาที จะถูกบีบอัด ใช้เนื้อที่เก็บ ไม่เหมือนกัน
บางท่อนที่เงียบ ๆ เช่นมีแต่เสียงหายใจเบา ๆ ก็ใช้เนื้อที่แค่ไม่ถึง 320 kilobits
พอถึงท่อนฮุค เพลงทีรายละเอียดมาก ค่อยใช้เนื้อที่เต็ม ๆ ก็คือ 320 kilobits

ข้อดีของ VBR คือประหยัดเนื้อที่กว่า CBR
ข้อเสียคือ cd player รุ่นเก่า ๆ ที่บอกว่าอ่าน mp3 disc ได้ และรวมถึง portable player รุ่นต่ำ ๆ จะไม่รองรับ MP3 VBR

Stock Logos

Posted: February 9, 2011 in Uncategorized

http://www.typenow.net/themed.htm

http://www.brandsoftheworld.com/

……………..

http://www.allfreelogo.com/

……………………

http://freevectorlogos.co.cc/

…………………..

http://www.es-vector.com/home_es/

………………….

http://www.seeklogo.com/

………………………………….

http://www.freevector.com/vector-art/?page=2 2

……………………………

http://www.designerwear.co.uk/menswear-c1/t-shirts-c6