ว่าด้วยเรื่อง C / r / silver mica / transformers

Posted: August 30, 2011 in Uncategorized

แนะนำแนวเสียง C Coupling พร้อมแนะนำ VitaminQ C ที่ผมคิดว่าเป็น C ในตำนาน

http://www.headphoneresearch.com/forum/index.php?topic=113.0

………………………………………………………………………………………………

.E-LEARNING บทเรียนออนไลน์ วิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

http://www2.tatc.ac.th/e-learning/story4.html

……………………………………………………………………………………………….

เปิดห้องเรียน DIY กันครับ

http://www.htg2.net/index.php?topic=67698.0

………………………………………………………………………………………………..

web สั่งของ…

http://www.partsconnexion.com/

http://www.hificollective.co.uk/index.html

……….Black Gate N Type Capacitors……………….

http://www.hificollective.co.uk/components/black_gate_caps.html

……………………………………………………………..

แนะนำแนวเสียง C Coupling พร้อมแนะนำ VitaminQ C ที่ผมคิดว่าเป็น C ในตำนาน

http://www.headphoneresearch.com/forum/index.php?topic=113.0

……………………………………………………………

ตรงนี้คงต้องอธิบายการทำงานของ capacitor หรือที่เรียกย่อๆว่า cap กันก่อน
Capacitor (C) จะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้ แต่ความถี่ต่ำจะไม่ยอมให้ผ่านครับ C ตัวเล็กๆจะยอมให้ความถี่สูงผ่านได้เพียงอย่างเดียว ส่วน C ตัวใหญ่จะยอมให้ช่วงความถี่ผ่านได้กว้างกว่าตัวเล็ก คือยอมให้ความถี่ต่ำลงมาผ่านได้ด้วย มันมีสูตรคำนวนครับว่า C ค่าเท่านี้ จะยอมให้ความถี่ต่ำถึงเท่าใดผ่านได้
Capacitor ที่เสียงดีมักมีราคาแพง โดยเฉพาะตัวใหญ่ๆจะแพงมาก แต่ก็ได้เสียงกลางแหลมที่ดีกว่า และด้วยราคาที่แพงนี่เองจึงเกิดมีการทำ bi-cap ขึ้นมาเพื่อการประหยัดแต่ยังได้ปลายแหลมที่ดีได้
การทำ bi-cap ก็คือการนำ C ตัวเล็กๆมาต่อขนานกับ C หลักๆที่เป็นทางผ่านเสียง โดยเฉพาะย่านเสียงสูง การต่อขนานจะเป็นการบวกค่าความจุของ C เข้าด้วยกันเช่น C 3.3 uF + C 0.1 uF จะกลายเป็น C 3.4 uF ครับ
ดังที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่า C ตัวเล็กสามารถให้เสียงสูงผ่านได้ การนำ C ตัวเล็กไปขนานก็เพื่อช่วยในการผ่านสัญญาณเสียงสูงครับ ซึ่งไปแก้ข้อด้อยของ C ราคาถูกที่มักผ่านความถี่สูงได้ไม่ดี เพราะ C ตัวเล็กคุณภาพดี มีราคาไม่แพง การทำ bi-cap จึงเป็นการประหยัดกว่าการเปลี่ยน C คุณภาพดีตัวใหญ่ทั้งตัวมากครับผม
อีกเหตุผลก็คือ C คุณภาพสูงมักมีค่าความจุไม่สูงมากนัก หากต้องการ C ค่าความจุเยอะๆก็ต้องหาตัวที่คุณภาพรองลงไปแล้วใช้ C คุณภาพสูงมาทำการ bi-cap เข้าไปแทน
นอกจาก bi-cap แล้วยังมี tri-cap อีก แต่ยังไงย่อมสู้ C คุณภาพสูงตัวเดียวไม่ได้ บางเสียงก็บอกว่าการทำ bi-cap อาจมีการทำงานไม่พร้อมเพรียงของ C ทั้งสองตัว โดยเฉพาะ C ที่ห่างชั้นกันมากๆ ซึ่งก็ไม่เป็นที่ชัดเจนเท่าไหร่ครับตรงนี้
อนึ่งการทำ bi-cap ต้องคำนึงถึงค่าความจุของ C ที่จะขนานลงไปด้วย เพราะการต่อขนานกันเป็นการทำให้ความจุโดยรวมเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ยึดที่ 1% ของ C ตัวหลัก แต่สามารถเพิ่มหรือลดลงกว่านี้ได้ แล้วแต่ตำแหน่งหน้าที่ของ C ตัวนั้นว่าต้องการความเที่ยงตรงของค่าความจุเพียงใด

……………………………………………………………..

c film มี impedance ต่ำกว่า c electrolyte ที่ความถี่สูงครับ เรา bicap tricap หรือ quadcap เข้าไปก็จะช่วยเรื่องความชัดเจนของ เสียงกลาง เสียงสูง ครับ

พยายามใส่ค่าสูงสุดที่เป็นไปได้ครับ เช่น 10uF ขึ้นไป แต่ถ้าพื้นที่ไม่อำนวยก็ลดลงมา 1uF 0.1uF 0.01uF 0.001uF ก็ใช้ได้ครับ ยิ่งค่าเล็กลงก็จะเห็นผลทีปลายๆเสียงครับ

……………………………………………..

รีวิว Resistor
[url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=a1f8b1a3e2d46d2bd31f7cdf9d43d09f][img]http://image.ohozaa.com/i/085/dscn1006_resize.jpg[/img][/url]
จากรูปเรียง จากซ้ายไปขวา Airco-speer /Amtran AMRS / Takman REX / Arcol RCC / Holco H4P
Airco-speer เสียงออกกว้างๆ เครื่องดนตรีโฟกัสได้ชัดเจน รายละเอียดดี  เบสลึกพอสมควร เก็บตัวไว++
Amtran AMRS เสียงเครื่องเคาะชัดเจน รายละเอียดดี+  เบสลึกแข็ง+และสะอาด เก็บตัวไว+
Takman REX เสียงร้องมีมวล+หวาน รายละเอียดดี++ เบสลึกนุ่มและสะอาด เก็บตัวไว+
Arcol RCC เสียงร้องหวาน รายละเอียดธรรมดา เบสนุ่มและได้ยินnoiseบางช่วง
Holco H4P เครื่องดนตรีโฟกัสชัดเจน+ รายละเอียดดี เบสลึกแข็งและสะอาด เบสดูมีพลังสํารองเยอะ

……………………………………………..

จุดกระแส Gain Clone สักนิด… Non-Invert & Invert & T- Network …My style

http://www.htg2.net/index.php?topic=3030.0

1. Nichicon HE 1000uF 50v …………..Ripple Current = 2,920 mA, Impedance = 0.021 ohm
2. Panasonic FC Series 1000uf 63v ….Ripple Current = 2,770 mA, Impedance = 0.036 ohm
3. UCC LXV Series 1000uf 80v ……….Ripple Current = 2,370 mA, Impedance = 0.041 ohm

……………………………………………………………………………………………………………………

Voltage เหมือนแรงดันน้ำ
Ampere คือกระแสของน้ำ
สายไฟ ท่อลำเลียงน้ำ

ถ้าแรงดันสูงแต่กระแสต่ำ จะเหมือน ส่งน้ำไปได้ใกลแต่กำลังไม่ค่อยมี
ดังนั้นนิยมใช้ในการส่งกำลังงานไฟฟ้า เช่นสายไฟแรงสูงจะส่งไปได้ใกล ๆ แล้วค่อยเอาหม้อแปลงลูกใหญ่ ๆ
แปลงจากแรงดันสูง ๆ แต่กระแส ต่ำ ๆ เป็น แรงดันต่ำ ๆ แต่กระแสสูง ๆ แทน
เช่น 1,000V 10 A จะเท่ากับ 10,000 Watt แปลงเป็น 220V 45A กว่า ๆ

ถ้าแรงดันต่ำกระแสสูง จะเหมือน น้ำที่ส่งไปได้ไม่ใกล แต่กำลังสูง
นิยมใช้กับ พวกเครื่องขยาย หรือเครื่องส่ง เพราะต้ิองใช้กำลังในการผลักขดลวดสูง

……………………………………………………………………………………………

Obbligato เป็น capacitor ที่ได้รับ คะแนนสูงถึง 10.5 คะแนนจาก การทดสอบโดยแนวเสียงโปร่งใส สะอาด รายละเอียดดี 

Link to Capacitors review Obbligato MKP

Obbligato Film in Oil Capacitor

http://www.suvarnabhumiaudio.com/index.php?option=com_content&task=view&id=43&Itemid=82

…………………………………………………………………………………………

http://www.humblehomemadehifi.com/Cap.html

…………………………………………………………………………………………

มันคือค่าอะไร อ่านยังไงครับ
100n
100p
22n

ที่ผมทำครั้นบ๊อคเสร็จ เนี่ยผมมั่วเอาครับ
ค่า R ผมใช้โปรแกรมอ่าน
ค่า C บางตัวก็รู้เลย บางตัวก็มั่วเอา

สรุป n คืออะไร  p คืออะไรครับ

p หรือเขียนเต็มว่า pF  อ่านว่า ฟิโกฟารัด ( ฟาหรัด )
n หรือเขียนเต็มว่า nF  อ่านว่า นาโนฟารัด
ีu หรือเขียนเต็มว่า uF  อ่านว่า ไมโครฟารัด

ทั้งสามอย่างนั้นเป็นหน่วยวัดค่าความจุของตัวเก็บประจุ(Capacitor) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันตามอัตราส่วนดังนี้

1000pF   =   1nF
1000nF   =   1uF

ตัวอย่างเช่น   1uF   เท่ากับ   1,000nF  และเท่ากับ  1,000,000pF
0.1uF     =      100nF     =        100,000pF
0.22uF     =      220nF     =        220,000pF
0.01uF     =       10nF     =         10,000pF
0.022uF     =       22nF     =         22,000pF
0.001uF     =        1nF     =          1,000pF
0.0001uF     =      0.1nF     =            100pF
0.00001uF    =      0.01nF     =             10pF

ส่วนตัวเลขสามตัวที่พิมพ์บนตัว C  วิธีอ่านค่าคือ  ตัวแรกเป็นตัวเลขหลักที่หนึ่ง ตัวที่สองเป็นตัวเลขหลักที่สอง และตัวที่สามเป็นจำนวนเลขศูนย์ที่เติมข้างหลัง จะได้ค่าเป็น pF
เช่น           104   ตัวเลขหลักที่หนึ่งกับหลักที่สองเท่ากับ 10
ตัวเลขตัวที่สามคือเลข4 หมายถึงเติมเลขศูนย์จำนวนสี่ตัวหลังตัวเลขหลักที่หนึ่งและหลักที่สอง จะได้เท่ากับ 100000
อ่านค่าได้เท่ากับ 100,000pF =  100nF  =  0.1uF
224   = 220000  = 220000pF  = 220nF  =  0.22uF
223   =  22000  =  22000pF  =  22nF  =  0.022uF
102   =   1000  =   1000pF  =   1nF   =  0.001uF
101   =    100  =    100pF  ( บางครั้งก็พิมพ์ 100 บนตัว C )

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s